คลังเก็บผู้เขียน: admin

ศิลปะในยุคสมัยต่างๆ

Published / by admin

งานศิลปะต่างๆมียุคสมัยมากมายเริ่มตั้งแต่ในยุคแรกที่มนุษย์เริ่มมีการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆมาทำงานศิลปะนั่นก็คือยุคหิน ยุคหินจะถูกแบ่งเป็น 3 ยุคที่ใหญ่เนื้อคือหินเก่า หินกลาง หินใหม่ ลักษณะของงานต่างๆก็มีลักษณะที่แตกต่างกันแต่ละหลักก็คือมนุษย์ในยุคนั้นก็เริ่มมีการใช้รูปแบบต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นวัสดุธรรมชาติหรือไม่เช่นอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถหาได้มาเขียนขีดข่วนโดยแม่จะเป็นการแกะสลักต่างๆในยุคนั้นก็สามารถทำได้และเนื่องจากมนุษย์มีความต้องการในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆในยุคนี้ก็ยังมีการกัดเซาะร่องเพื่อให้เป็นลวดลายหรือไม่ชัดเจนการปั้นดินเครื่องมือสัมฤทธิ์ต่างๆ

สภาพสังคมในยุคสมัยต่างๆก็ถูกนำเสนอโดยมากมายเพราะมนุษย์มีการใช้เครื่องไม้เครื่องมือทางการสัตว์ป่าเข้ามาทำงานหรือแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่ทำให้มนุษย์มีการพัฒนาโครงสร้างแตกต่างอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันมนุษย์ที่มีการเรียนรู้

และการพัฒนาอยู่เสมอทำให้งานเสียค่าต่างๆได้ถูกพัฒนาโดยถูกปรับเปลี่ยนในรูปแบบที่แตกต่างกันในยุคปัจจุบันเราสามารถหาโครงสร้างความเป็นอยู่หรือไม่จะเป็นแนวคิดต่างๆของมนุษย์ได้ง่ายมากขึ้นเพราะมนุษย์คือสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องงานศิลปะต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆด้านความคิดและกันเปลี่ยนแปลงในการทำงานในต่างทำให้มนุษย์มีการเรียนรู้

และการพัฒนาในรูปแบบนี้ค่อนข้างหลากหลายอย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างวัฒนธรรมต่างๆหรือแม้แต่สังคมต่างๆที่ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆยุคต่อมาก็จะเป็นยุคอียิปต์ ซึ่งมีความรุ่งเรืองทางความเชื่อต่างๆที่บูชามนุษย์ด้วยกันเอง และในยุคต่อมาก็เป็นยุคของกรีก โรมัน คริสเตียน ไบเซนไทน์ โรมาเนสก์ กอธิค ยุคสมัยของงานศิลปะต่างๆได้ถูกพัฒนาและถูกปรับเปลี่ยน

โดยมนุษย์ซึ่งมนุษย์ต่างๆมีการสืบค้นถ่ายทอดและบางรูปแบบงานศิลปะต่างๆก็หายไปซึ่งนี่ไม่น่าแปลกใจนักที่มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านศิลปะได้ถูกพัฒนาอยู่เสมอเพราะความยั่งยืนของงานศิลปะต่างๆคือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามสังคมแนวคิดต่างๆ

หรือแม้จะเป็นการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ ศิลปินต่างมีความต้องการในการเรียนรู้และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของงานศิลปะอยู่เสมอจึงทำให้งานศิลปะต่างๆที่ถูกพัฒนานี้เข้ากับยุคสมัยต่างๆการเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้ต่างๆเหล่านี้ได้นำมาซึ่งการพัฒนางานศิลปะต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การเรียนรู้รูปแบบต่างๆโดยการทำงานศิลปะต่างๆมาถูกพัฒนาอย่างดีมากยิ่งขึ้นทำให้งานเสียค่าต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นถูกนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและแนวคิดต่างๆมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้คนในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต่างๆ

สามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ถูกพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันที่งานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งทางความคิดและการพัฒนาชีวิตของผู้คน 

 

สนับสนุนโดย.   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ผู้คนในยุคปัจจุบันและงานศิลปะต่างๆ

Published / by admin

หากเปรียบผู้คนในยุคปัจจุบันกับศิลปะต่างๆก็จะเห็นได้ชัดว่าในยุคปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงการเสพสุนทรียภาพในรูปแบบต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชมศิลปะ หรือแม้แต่จะเป็น Musical ละครเวที ภาพ เสียง หรืองานศิลปินอื่นอีกมากมายซึ่งในยุคปัจจุบันการพัฒนาโครงสร้างรายการนี้ของงานศิลปะก็มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนสามารถเข้าถึงในรูปแบบต่างๆที่ง่ายมากยิ่งขึ้นตลอดจนในยุคปัจจุบันรูปแบบในการผ่านไปของเวลาต่างๆที่มีการพัฒนาคุณภาพจิตใจของผู้คน ในยุคสมัยต่างๆเหล่านี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆทางความคิดของการทำงานต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากขึ้นนี้ส่งผลให้ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านลักษณะ

ในการเสพงานศิลปะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงจิตรกรศิลปินต่างๆมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ในยุคปัจจุบันจิตรกรหัวนั้นใช้โซเชียลมีเดียหรือในการตอบสนองเรื่องราวต่างๆที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ จึงทำให้นายกปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการรับรู้เรื่องราวต่างๆที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสร้างการเติบโตและการพัฒนาทางความคิด

ในยุคปัจจุบันเราจะได้เห็นรูปแบบในการนำเสนอผลงานต่างๆที่ดีมากยิ่งขึ้นในการนำเสนอและการปรับปรุงโครงสร้างที่มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างในการพัฒนาการทำงานต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาต่างๆเหล่านี้ช่วยนำเสนอผลงานใหม่ๆอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

รูปแบบของโซเชียลมีเดียที่มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงทำให้การนำเสนอภาพผลงานต่างๆในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ง่ายอย่างมากของจิตรกรมากมาย นำมาสู่ในยุคปัจจุบันที่โครงสร้างในการทำงานต่างๆหรือการพัฒนารูปแบบในการทำงานต่างๆของจิตรกรต่างๆเหล่านี้ที่มีการพัฒนาเป็นระบบ Electronic ระบบดิจิตอลที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นส่งผลให้ผู้คนในยุคปัจจุบันสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมหรือการรับรู้เรื่องราวต่างๆของผู้คนในยุคปัจจุบันค่อนข้างไว เนื่องด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีต่างๆรวมถึงระบบการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆของระบบอินเทอร์เน็ตที่มีการพัฒนาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ในยุคปัจจุบันการพัฒนาการทำงานต่างๆเหล่านี้ของผู้คนในยุคปัจจุบันมีการพัฒนา

และมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากยิ่งขึ้น ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการนำเสนอผลงานต่างๆหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการนำเสนอให้มีความเข้าใจที่ดีมากยิ่งขึ้นของผลงานและรูปแบบต่างๆที่มีการพัฒนา อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง

ที่การพัฒนาโครงสร้างการทำงานต่างๆหรือการนำเสนอรูปแบบทางความคิดต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงและมีการนำเสนอผลงานใหม่ๆเพราะในยุคปัจจุบันผลงานต่างๆถูกนำเสนอเป็นรูปแบบมากมาย ในสถานที่ต่างๆเพราะในยุคปัจจุบันความง่ายที่เพิ่มขึ้นของการเข้าถึงนี้จึงทำให้การเกิดขึ้นของงานศิลปะต่างๆเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย.    gclub สมัครสมาชิก

งานประติมากรรมในยุคก่อน

Published / by admin

งานประติมากรรมต่างๆคือรูปแบบการทำงานศิลปะ 1 รูปแบบหรือ 1 แขนง ยุคที่เก่าที่สุดนี่คือยุคหิน ในยุคนั้นผู้คนมีประติมากรรมของยุคหินที่ถูกค้นพบมากมายและถูกนำมาเป็นแบบในการทำงานมากมายในยุคปัจจุบัน ส่วนใหญ่ในยุคหินนั้นเป็นยุคที่เริ่มต้นของงานศิลปะต่างๆมากมาย

ยกตัวอย่างเช่นประเภทของงานศิลปะนูนต่ำรอยสูง ถูกค้นพบและถูกสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์ในยุคนั้นเริ่มมีระบบในการทำงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นการขีดเขียนการวาดภาพระบายสีบนกำแพง ตลอดจนไปถึงงานแกะสลักต่างๆที่มีการใช้งานรูปแบบต่างๆซึ่งกระตุ้นให้มีการทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงาน

หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนารูปแบบของมนุษย์ยุคหินนั้นจะสร้างลักษณะในการทำงานใน รวมถึงโครงสร้างในการทำงานที่ถูกสร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลา ยกที่แตกต่างกันนี้การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์และงานประติมากรรมต่างๆในยุคสมัยก่อนเป็นการศึกษาร่องรอยการดำเนินชีวิตของผู้คน

ที่การดำเนินชีวิตสภาพสังคมหรือแม้จะเป็นความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคสมัยนั้นมีการวางรูปแบบที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างในการดำรงชีวิตอยู่ของทุกยุคทุกสมัยหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตของผู้คนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

ในการทำงานที่มีความแตกต่างกันของระบบต่างๆที่มีการพัฒนาโครงสร้างความเป็นอยู่หรือแม้กระทั้งด้านแนวคิดต่างๆที่ถูกนำเสนอออกมามากมายการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆเหล่านี้นำมาสู่ซึ่งในยุคปัจจุบันที่เราสามารถหารูปแบบในการทำงานใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

เป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างในการนำเสนอผลงานที่มีความแตกต่างกันค่อนข้างมากอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันโครงสร้างในการศึกษาการทำงานรูปแบบที่ค่อนข้างแตกต่างกันนี้จึงมีการพัฒนาและการปรับเปลี่ยนตามยุคตามสมัยและในยุคปัจจุบันงานศิลปะต่างๆก็ถูกพัฒนาให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

งานศิลปะมากมายถูกนำเสนอในพิพิธภัณฑ์ถูกจัดเก็บในสถานที่ต่างๆและมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การนำเสนอโครงสร้างและการพัฒนารูปแบบต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างความเป็นอยู่ของผู้คนหรือการนำเสนอโครงสร้างการทำงานต่างๆที่มันมีเรื่องราวอยู่ในงานศิลปะต่างๆ

เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงานหรือการสร้างสรรค์ผลงานซึ่งในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาโครงสร้างต่างๆเหล่านี้อยู่เสมอการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานในขณะนี้นำมาสู่ซึ่งในยุคปัจจุบันที่เราสามารถนำเสนอรูปแบบในการทำงานต่างๆ

และการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทำเป็นภาษามีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด ถูกนำเสนอและถูกสร้างโครงสร้างในการทำงานใหม่ๆปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงานในยุคปัจจุบันนี้ยังมีการพัฒนาและการเปลี่ยนนำเสนอเป็นโครงสร้างอื่นๆอีกมากมาย 

 

สนับสนุนโดย.    gclub

การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คน

Published / by admin

สาเหตุที่นิยมปัจจุบันวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงร่างเป็นเพราะว่าผู้คนในยุคสมัยต่างๆมีการพัฒนาความรู้แนวคิดหรือว่าลักษณะในการทำงานอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับเพราะผลงานต่างๆซึ่งมีส่วนสำคัญนำเสนอรูปแบบนำเสนอการพัฒนาการทำงานหรือแม้จะเป็นโครงสร้างในการทำงานต่างๆที่มีการพัฒนา

และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้ผู้คนในยุคปัจจุบัน สามารถเข้าถึงและพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพได้มากที่สุด บทบาทที่สำคัญคือคำแนะนำโครงสร้างในการทำงานดังกล่าวนี้ช่วยให้ผู้คนในยุคปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบ

หรือระบบในการติดต่อสื่อสาร อย่างที่รู้กันว่าวัฒนธรรมความเป็นอยู่หรือแนวคิดของผู้คนมีการพัฒนาตลอดเวลานี้จึงเป็นบทบาทหนึ่งบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน มีความจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้ว่ามนุษย์มีเหตุผลอย่างไรในการฝึกฝีมือในการทำงานต่างๆ

หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาในส่วนของศักยภาพในการทำงานศิลปะในยุคสมัยต่างๆ วัฒนธรรมที่มีระบบที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติความเป็นอยู่แนวคิดต่างๆก็มีบทบาทสำคัญที่ทำให้งานศิลปะนั้นมีความแตกต่างกันเช่นเดียวกันยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย

งานศิลปะทางวัฒนธรรมของภาคเหนือกับภาคใต้ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือว่าถ้าทำในการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีบทบาทที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอสร้างรูปแบบหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อะไรก็ตามในยุคปัจจุบันเราพบเห็นงานประติมากรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆที่มีการปรับปรุงและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมนุษย์มีความต้องการในการพัฒนาโครงสร้าง สร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองที่จึงเป็นบทบาทที่สำคัญที่มนุษย์มีการสร้างอุปกรณ์ในการล่าสัตว์

รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆในการใช้ในครัวเรือนหรือสังคมต่างๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ในยุคปัจจุบันได้กลายเป็นของล้ำค่าอย่างมากในการศึกษานี้จะเป็นเพราะว่ามนุษย์ในยุคก่อนนั้นไม่มีแบบไม่มีแผนแต่สามารถทำอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเช่นเดียวกับวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอปรับปรุงคุณภาพให้เข้ากับวิถีชีวิตในยุคต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างในการทำงานต่างๆเหล่านี้จึงส่งผลต่อผู้คนในยุคปัจจุบัน เครื่องหมายเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆที่มีการใช้งานเริ่มด้วยการพัฒนาอุปกรณ์ที่ง่ายๆจนไปถึงอุปกรณ์ที่มีความยากและมีความซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงทางด้านงานศิลปะเช่นเดียวกันมนุษย์มีความต้องการในการบันทึกจดหรือแม้จะเป็นพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นี่จึงเป็นบทบาทที่อุปกรณ์ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการทำงานปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุคสมัยต่างๆที่มีลักษณะในการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างแตกต่างกันเราจะทำให้เธอ 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์

ตำนานหมู่บ้านเกยตายจระเข้กินคนไอ้ด่างเกยไชย

Published / by admin

โดยปกติแล้วจระเข้ก็จะเป็นสัตว์ที่ชอบหากินกุ้งหอยปูปลาเป็นอาหารแต่ถ้ามันเกิดติดใจรสชาติของเนื้อมนุษย์ขึ้นมาล่ะจะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะกลายพันธ์มาเป็นจระเข้ที่จะล่ากินแต่เนื้อคน

ซึ่งจระเข้เกยไชยก็เป็นเรื่องเล่าของคนชาวนครสวรรค์ที่ได้อาศัยอยู่ในแทบบริเวณแม่น้ำน่านถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีความเก่าแก่มาตั้งแต่รัชกาลที่5แต่ด้วยความโหดของมันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ลืมเรือนเลยของคนที่ในพื้นที่เหล่านั้นโหดถึงขนาดที่ว่าสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพนั้นอยากจะขึ้นไปดูถึงที่

โดยท่านก็เป็นผู้ที่ได้เขียนหลักฐานกล่าวถึงจระเข้ตัวนี้เอาไว้แต่มันก็เป็นหลักฐานที่มันค่อนข้างที่จะสั้นเหลือเกินคือมันมีแค่เพียงสองบรรทัดเท่านั้นเองใจความก็ประมาณว่ามันเป็นศรีษะของจระเข้ที่ใหญ่และเป็นจระเข้กินคนที่ชาวบ้านได้เล่าลือกันว่าเป็นจระเข้เจ้าเราก็เลยได้ไปหาดูกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับจระเข้และชาวบ้านกันดีกว่า

ด้วยความที่ว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดังมากขนาดนี้แล้วพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้นก็น่าจะรู้อะไรดีๆบ้างแหละจริงไหมว่ากันว่าในสมัยก่อนที่แห่งนี้เขาได้เรียกกันว่าบ้านเกยไชยในปัจจุบันมันก็ได้กลายมาเป็นหมู่บ้านตำบลเกยไชยของจังหวัดนครสวรรค์ไปแล้วแต่ว่าที่แห่งนี้ก็ได้มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่าบ้านเกยตายโดยสาเหตุของความน่ากลัวในสมัยก่อนที่จะมีจระเข้ได้เข้ามาเยือนอีก

นอกจากนี้ที่แห่งนี้มันก็จะมีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อตรงๆเลยก็คือวัดเกยไชยนั่นเองเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณจุดแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านกับแม่น้ำหลักทั้งสองสายหลักของไทยได้ไหลมาบรรจบกันก่อนที่จะมาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางนี้มันก็เป็นเส้นทางที่พ่อค้าแม่ขายจะพายเรือลงมาจากทางเหนือเพื่อจะไปค้าขายกับทางใต้ทำให้แต่ละวันจะมีคนสัญจรไปบนแม่น้ำเส้นนี้อย่างมากมาย

เนื่องจากมันก็ยังได้เป็นเส้นทางที่น่ากลัวอยู่เหมือนกันเพราะว่าในช่วงที่มีน้ำเยอะๆอย่างฤดูฝนแม่น้ำสายนี้ก็จะไหลแรงมากกว่าเดิมส่งผลทำให้เรือเล็กๆที่พายมาแบบไม่ระวังก็ได้จมลงไปและด้วยความที่ว่าแม่น้ำทั้งสองสายได้มาบรรจบกันมันก็ก่อให้เกิดเป็นน้ำวงดูดทุกอย่างลงไปใต้น้ำหมดเลยคือ

ใครที่จมน้ำตรงนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่งได้เพราะจะโดนดูดลงไปข้างล่างหมดชาวบ้านก็เลยเรียกชื่อแห่งนี้ไปว่าแบบเป็นแนวประชดว่าบ้านเกยตาย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.     sagame

ตำนานบ้านศรีพะโล จังหวัดชลบุรี

Published / by admin

            สำหรับตำนานพื้นบ้านเป็นการเล่าเรื่องถึงที่มาที่ไปของการตั้งชื่อหมู่บ้านเมืองศรีพโลเพราะเหตุใดจึงมีการถูกตั้งชื่อมาเป็นแบบนี้ซึ่งเรื่องราวนั้นมีการกล่าวถึงสมัยในอดีตกาลโดยมีการระบุว่าในสมัยก่อนนั้นเมืองศรีพโลนั้นเป็นเมืองที่อยู่ติดกับแม่น้ำดังนั้นจึงเป็นเมืองที่มักจะมีเรือสำเภาของชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือของชาติอื่นๆล่องเรือสำเภามาจอดขายสินค้าอยู่ที่ท่าเรือนี้กันเป็นประจำ 

แต่ที่เมืองนี้มีเศรษฐีอยู่คนนึงพี่มีนิสัยคดโกงชอบโกงทรัพย์สินของคนอื่นและพ่อค้าที่นำทรัพย์สินมาขายที่ท่าเรือนี้ก็มักจะถูกโกงทรัพย์สินกันเป็นประจำซึ่งวิธีการโกงนั้นก็คือเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นจะให้คนงานของตนเองเอาของมีค่าของตนเองนั้นแอบขึ้นไปซ่อนไว้บนเรือ

หลังจากนั้นก็จะออกมาโวยวายว่าชาวต่างชาตินั้นขโมยทรัพย์สินของตนเองไปซึ่งพวกพ่อค้าชาวต่างชาตินั้นด้วยความที่ตนเองนั้นไม่ได้มีการขโมยทรัพย์สินจึง สั่งให้ทางด้านเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหรือค้นเรือได้เลยซึ่งเศรษฐีได้ออกอุบายออกมาว่าถ้าหากว่าเขาให้คนงานคนภายในเรือแล้ว

พบทรัพย์สินของตนเองเขาจะทำการยึดทรัพย์สินภายในเรือทั้งหมดมาเป็นของเขาเองโดยที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นั้นมั่นใจว่าตนเองไม่ได้คดโกงใครจึงได้รับคำท้าและเมื่อไปค้นเรือก็จะพบทรัพย์สินของเศรษฐีคนดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้เสร็จกี่คนดังกล่าวนั้นกลายเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยขึ้นมาเรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีของมีค่าเยอะทั้งด้านเศรษฐีคนดังกล่าวจึงมักจะนำทรัพย์สินมีค่าของตนเองนั้นไปเก็บไว้ที่อื่นซึ่งจะต้องมีการบรรทุกทรัพย์สินมีค่าของมหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นผ่านไปทางบ้านเขาพระบาทบางทรายเมื่อมีการเดินอยู่บ่อยครั้งเข้าทำให้เขาบริเวณนั้นขาดจนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่

ดังกล่าวเรียกจุดที่เขาพระบาทบางทรายนั้นขาดว่า คอเขาขาด  และเมืองที่มหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นอยู่อาศัยด้วยว่ามหาเศรษฐีคนนั้นคดโกงจนเป็นที่เลื่องลือของคนไปทั่วทำให้ใครๆ

ต่างก็พากันเรียกเมืองดังกล่าวว่าเมืองเศรษฐีพาลพาโล  ซึ่งก็จะหมายถึงการที่เศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหาเรื่องพาลคนอื่นไปทั่วแล้วโกงเอาทรัพย์สินของคนอื่นเขาไปเมื่อมีการเรียกกันนานวันเข้าจากการที่เรียกเป็นเศรษฐีพาลพาโลก็มีการย่อคำจนเหลือแค่เพียงเมืองเศรษฐีพาโลและปัจจุบันก็ถูกย่อลดลงมาเหลือแค่เพียงเมืองศรีพะโลนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

ความเชื่อแบบผิดๆ ที่หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

Published / by admin

เรื่องของความเชื่อนั้นคงไม่เข้าใครออกใคร บางคนก็มีความเชื่อส่วนบุคคล แต่บางคนก็มีความเชื่อออกไปทางลักษณะงมงาย ซึ่งวันนี้เหล่ามีความเชื่อที่ไม่น่าเชื่อคนหลายคนจะหลงเชื่อกันในลักษณะแบบนี้ ซึ่งมีอะไรกันบ้างนั้นเราลองมาดูกัน

ความเชื่อที่ว่าหากอ่านหนังสือในที่มือ จะทำให้สายตาเสีย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าคงจะโดนเตือนกันเรื่องนี้กันบ่อยมาก ว่าเวลาที่อ่านหนังสือในที่มืด มักจะทำให้สายตาสั้นหรือสายตาเสียกันได้อย่างง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น มีการค้นพบว่าการอ่านหนังสือในที่แสงไม่พอนั้น อาจจะทำให้ตาของเราล้ากันไปบ้าง แต่ไม่ได้เป็นการส่งผลเสียถาวรกับดวงตาของเราอย่างแน่นอน

ความเชื่อที่ว่าลูกกระเดือกจะมีแต่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดแบบมหันต์ เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นลูกกระเดือกของคนเรานั้น ก็คือกระดูกที่ปิดกล่องเสียงเพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารหรือน้ำตกลงไปนั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันไปว่าลูกกระเดือกนั้นจะมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น เพราะว่าเวลามองร่างกายภายนอกแล้วนั้นผู้หญิงจะไม่มีส่วนของลูกกระเดือกโผล่ออกมาให้เห็นชัดเจนเท่านั้น แต่ความจริงลูกกระเดือกของเราก็จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพียงแต่สรีระของผู้ชายนั้นจะเห็นลูกกระเดือกได้ชัดกว่า

ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวด ก็จะยิ่งหนาขึ้น ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นความเชื่อที่คนเรามักจะพูดกันบ่อยมากๆกันเหลือเกิน และแถมเป็นความเชื่อที่แทบจะเชื่อกันสนิทเสียด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น ความจริงเส้นผมของเราหรือขนของเรานั้นจะไม่สามารถหนาขึ้นได้หรอกต่อให้เราโกนมันบ่อยหรือถี่แค่ไหน

ซึ่งไอ้ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวดแล้วยิ่งขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะว่าในช่วงตอนที่หนวดของคุณหลังจากที่โกนแล้วมันเพิ่งเริ่มขึ้นใหม่ๆนั้น ธรรมชาติของหนวดหรือเส้นขนนั้นเมื่อเวลาเราไปสัมผัสจะรู้สึกหยาบๆ จึงทำให้มักคิดกันว่าหนวดหรือขนมันหนาขึ้นนั่นเอง แต่ความจริงแล้วนั้น มันก็หนาเท่าเดิมนั่นแหละ

ความเชื่อที่ว่าแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง หากมีคนไปสัมผัสตัวลูกของมัน ในความเป็นจริงทางหลักการวิทยาศาสตร์ของสัตว์ประเภทนี้แล้วนั้น สัตว์ประเภทนกจะมีต่อมการรับกลิ่นที่เล็กมากซึ่งคนเรามักจะชอบพูดกันว่าอย่าเอามือไปสัมผัสลูกนกเพราะแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริงเด็ดขาด เพราะด้วยต่อมการรับกลิ่นของนกนั้นเล็กมากจนไม่รู้ด้วยซ้ำ และจะไม่ได้กลิ่นมือที่เราไปสัมผัสนั้นเลย

ตำนานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมว ในเขตกรุงเทพมหานครเห็น

Published / by admin

               หากใครเคยฟังตำนานที่จังหวัดสกลนครจะทราบว่ามีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนั้นในจังหวัดสกลนครต่างก็เชื่อกันว่านั่นคือผีปอบแปลงร่างมาเพราะมีคนล้มตายเป็นจำนวนมากหลังจากให้ความช่วยเหลือพระและที่ดังกล่าว  

        แต่อย่างไรก็ตามแต่เรื่องราวนี้ไม่ได้เพียงโด่งดังแค่ที่จังหวัดสกลนครเพียงเท่านั้นเพราะเรื่องราวนี้ดังมาไกลถึงกรุงเทพฯเลยทีเดียวและเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯนี้ก็เป็นเรื่องราวที่โด่งดังใหญ่โตถึงขนาดที่ว่ามีการออกข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านพบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำ และเห็นแม่ชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งในย่านบางแค โดยบ้านหลังดังกล่าวนี้อยู่ใกล้กับวัดวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตหนองแขม  

         และชาวบ้านเล่าลือกันว่าหลังจากที่พบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำและเห็นชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวนั้นและเคยเห็นว่าทั้งพระและแม่ชีเดินเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับที่จังหวัดสกลนครที่มีคนตายแต่เหตุการณ์ที่นี่กรุงเทพฯนี้กลับพบว่าหมาและแมวในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นหายออกไปจากหมู่บ้านจนหมดสิ้นซึ่งชาวบ้าน

ต่างก็พากันออกมาติดป้ายประกาศตามหาหมาหาแมวของตนเองจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน  โดยชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าสาเหตุที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปนั้นน่าจะหายไปจากเหตุการณ์ที่พระและแม่ชีนั้นเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเขานั้นเองเพราะหลังจากที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปพวกเขาก็ไม่เห็นพระและแม่ชีที่เคยอาศัยอยู่บ้านร้างหลังนั้นอีกเลย 

          และนับตั้งแต่นั้นมา  ชาวบ้านก็มักจะมีการนำเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวมาขู่เด็กๆให้กับเข้าบ้านตั้งแต่ตอนเย็นซึ่งถ้าเด็กคนไหนกลับบ้านมาช่วงเวลาค่ำก็จะถูกพ่อแม่ข่มขู่ด้วยตำนานของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวนี้ ทำให้ในสมัยในพอตกค่ำ เด็กๆทุกคนก็จะรีบกลับเข้าบ้านไม่ไปเที่ยวที่ไหนกันเลย เพราะว่ากลัว 

           แต่ในปัจจุบันนี้ตำนานนี้ได้มีการลืมเลือนและหายไปตามกาลเวลา  เดี๋ยวนี้ไม่มีใครหวาดกลัวกับตำนานนี้กันแล้ว ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้ยินตำนานนี้กันแล้วโดยตำนานนี้ถูกนำมาเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนและในปัจจุบันเด็กๆก็ไม่ค่อยครัวเกี่ยวกับตํานานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวกันแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   ufabet

ตำนานความรักของโกโบริและอังศุมาลิน

Published / by admin

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของตำนานความรักที่หลายคนนั้นเกิดความซาบซึ้งในความรักของคนทั้งคู่โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ชื่อว่าโกโบริซึ่งตำนานมีการเล่าถึงประวัติความเป็นมาในสมัยช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในระหว่างนั้นประเทศไทยได้ถูกนำไปเป็นประเทศซึ่งเป็นฐานทัพของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งได้มีการต่อสู้กันระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศทั้งแถบอเมริกาโดยในตอนนั้นทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการส่งทหารมาประจำการที่ประเทศไทยโดยให้มีการสร้างฐานทัพไว้ที่แถวบริเวณบางกอกน้อยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบันนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้มีทหารหนุ่มคนหนึ่งมีชื่อว่าโกโบริเขาได้เกิดตกหลุมรักหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง

ที่ชื่อว่าอังศุมาลินซึ่งทางด้านโกโบรินั้นเขาได้เป็นลูกชายของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งส่วนทางด้านอังศุมาลินนั้นก็เป็นลูกสาวของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่ของคนไทยเช่นเดียวกันทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแต่งงานกันเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ในตอนแรกนั้นอังศุมาลินไม่ได้ชอบโกโบริ

แต่ด้านโกโบรินะหลงรักอังศุมาลินอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปสักระยะหนึ่งทำให้อสมารินและคนนั้นต่างก็หลงรักซึ่งกันและกันจะมีพยานมาร่วมกันซึ่งในขณะนั้นอังศุมาลินกำลังตั้งครรภ์ลูกของโกโบริอยู่แต่อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

เมื่อฝ่ายตรงข้ามกับกองกำลังทหารของประเทศญี่ปุ่นได้มาทิ้งระเบิดตรงบริเวณที่โกโบริกำลังทำงานอยู่ซึ่งก็คือบริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็มีนายทหารที่ชื่อโกโบริคนนี้รวมอยู่ด้วยซึ่งขณะที่มีการถูกโดนระเบิดมาที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยนั้น

อังศุมาลินที่รู้เรื่องราวว่ามีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยก็วิ่งมาหาชายคนรักของตนเองซึ่งในที่สุดแล้วกว่าเธอจะหาชายคนรักของเธอเจอเธอก็พบว่าโกโบรินั้นได้เสียชีวิตแล้วแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นเขาได้พูดกับอังศุมาลินว่าเขาจะรักเธออย่างนี้ตลอดไปและเขาจะรอเธออยู่ที่ตรงทางช้างเผือก

ซึ่งอังศุมาลินเองก็รับปากว่าเมื่อเธอดูแลลูกจนเติบใหญ่แล้วและเมื่อเธอเสียชีวิตไปเธอจะไปหาโกโบริที่ทางช้างเผือกนั่นเองซึ่งเรื่องราวความรักในครั้งนี้ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายครั้งจนทำให้หลายคนนั้นเกิดความประทับใจกับความรักที่ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นมีต่อหญิงสาวชาวไทยอย่างมากนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ตำนาน อามาโนะจากุ หรือตำนานปีศาจขวางโลก

Published / by admin

 

               อีกหนึ่งตำนานที่เราไม่ค่อยได้ยินกันมากนักโดยตำนานนี้เป็นตำนานเก่าแก่มากแล้วซึ่งปัจจุบันนี้แทบไม่มีการพูดถึงตำนานนี้แล้วสำหรับตำนานที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้นั่นก็คือตำนานของปีศาจขวางโลกหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของภาษาญี่ปุ่นก็คือตำนาน อามาโนะจากุ   ซึ่งตำนานนี้เป็นตำนานเรื่องเล่าของคนญี่ปุ่นที่เก่าแก่มักจะบอกเล่าเรื่องราวดังต่อไปนี้ให้กับลูกหลานได้ฟังกัน

         โดยรายละเอียดของตำนานของ อามาโนะจากุการที่คนคนหนึ่งที่นิสัยดีแต่แล้วไม่นานจากคนที่เคยเป็นคนดีกลับกลายเป็นคนเลวหรือที่เราพูดกันในภาษาชาวบ้านก็คือเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าลักษณะของคนนิสัยเช่นนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่คนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นประเทศไทยเองก็มีหรืออาจจะกล่าวให้ถูกก็คือนิสัยแบบนี้มีแบบทุกประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

          สำหรับนิสัยการเปลี่ยนจากคนดีกลายเป็นคนเลวเพียงชั่วข้ามคืนหรือเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือแบบปัจจุบันทันด่วนนั้นคนสมัยโบราณกล่าวว่านิสัยแบบนี้นั้นพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเองโดยธรรมชาติแต่พวกเขากำลังถูกปีศาจร้ายเข้าครอบงำหรือเข้าสิ่งนั้นเองซึ่งเจ้าปีศาจร้ายตัวนี้มันจะเป็นปีศาจที่มีรูปร่างไม่ใหญ่เราอาจจะไม่ค่อยมองเห็นมากนักโดยตัวมันมีขนาดเล็กมากๆและปีศาจตัวนี้มีนิสัยเกเรชอบความรุนแรงและเป็นนิสัยของปีศาจที่มักจะทำอะไรตรงข้ามกับคนอื่นอยู่เสมอเรียกได้ว่าเป็นคนขวางโลกเลยก็ว่าได้

           เช่นถ้าหากเราพูดว่าขาวปีศาจตนนี้ก็จะทำให้กลายเป็นดำหรือถ้าหากเราพูดว่าไปทางซ้ายปีศาจวันนี้ก็จะให้ไปทางขวาหรือถ้าเราบอกว่าเราให้ไปข้างหน้าปีศาจตอนนี้ก็จะไปข้างหลังดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เราอยากให้เป็นไปตามสากลนี้เข้าสิงเมื่อไหร่มันจะกลับกลายเป็นฝั่งตรงกันข้ามทันทีและปีศาจตัวนี้ก็ชอบความรุนแรงเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเรียกล่าปีศาจตัวนี้สร้างทั้งสิ่งที่ไม่ดีและยังทำให้อารมณ์เสียได้

             อย่างไรก็ตาม คนญี่ปุ่นคนที่มีนิสัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันนั้นเพราะว่าเขาถูกปีศาจร้ายเข้าสิงแต่โดยเนื้อแท้ของคนคนนั้นแล้วเขาเป็นคนดีอย่างแน่นอน  หรือถ้าหากเปรียบเทียบกับคนในสมัยปัจจุบันนี้ก็อาจจะเป็นการเปรียบเทียบจากการที่คนเราเปลี่ยนจากคนที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย

กลายเป็นคนเลวได้ส่วนสาเหตุนั้นถ้าในเรื่องของปัจจุบันจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของปีศาจไปเกี่ยวกับเรื่องของสังคมที่ในปัจจุบันนี้สังคมต้องแก่งแย่งชิงดีกันดังนั้นจากคนที่นิสัยดีชอบช่วยเหลือคนอื่นก็อาจจะต้องเปลี่ยนให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งอะกินจีบเพื่อให้อยู่ในสังคมได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ