คลังเก็บหมวดหมู่: ประวัติศาสตร์

สะพานยักษ์ทางด่วนใหม่ของไทย พระราม3-ดาวคะนอง

Published / by admin

สะพานยักษ์ทางด่วนใหม่ของไทย ซึ่งวันนี้เราจะมาทุกคนไปทำความรู้จักกับโครงการสะพานพระราม9แห่งที่2หลายๆคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีโครงการนี้แต่หลายคนก็เคยได้ยินกันมาบ้างแล้วเราจะพาทุกคนไปพบกับโครงการสะพานพระราม9/2หรือเป็นสะพานพระราม9แห่งที่2นั่นเอง

โดยหลายคนก็อาจจะรู้จักสะพานพระราม9ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทางพิเศษหรือที่เรียกกันว่าทางด่วนเฉลิมมหานครทางด่วนขั้นที่1สายดาวคะนองท่าเรือที่ได้เป็นสะพานขึงที่แรกในประเทศไทยหรือใครหลายคนก็อาจจะเรียกกันติดปากว่าเป็นสะพานแขวนแต่ที่จริงแล้วมันคือสะพานขึง

นอกจากนี้ในอีกไม่นานประชาชนในประเทศไทยก็จะมีสะพานพระราม9แห่งที่2ได้เป็นสะพานคู่ขนานที่ได้ทำการก่อสร้างชิดกับสะพานพระราม9เดิมเลยโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยก็ได้กำลังทำการก่อสร้างแห่งที่4งานโยธาสะพานขึงคู่ขนานสะพานพระราม9โดยบริษัท ช. การช่าง จำกัดมหาชนที่ได้เป็นผู้รับเหมาเงิน 6,636ล้านบาท

ดังนั้นก็ได้เป็นหนึ่งในห้าของสัญญาของโครงการทางด่วนสายใหม่พระราม3ดาวคะนองวงแหวนรอบนอกกรุงเทพด้านตะวันตกระยะทางประมาณ18.7กิโลเมตรรวมราคาในการก่อสร้างประมาณ3หมื่น29ล้านบาท

สำหรับงานก่อสร้างของสะพานพระราม9/2ผู้รับเหมาได้ขึ้นฐานรากที่จะเชื่อมตัวสะพานขึงบริเวณใต้ทางด่วนบางโค่แล้วและยังรวมไปถึงงานเสาเข็มรากฐานเสาสะพานขึงที่เป็นสองเสาหลักแต่ฐานนั้นจำเป็นจะต้องมีเสาเข็มมากกว่า80ต้นคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ4-5เดือนถึงจะแล้วเสร็จก่อนที่จะได้ทำการเริ่มงานในส่วนอื่นๆอีกต่อไป

เพราะฉะนั้นแล้วในสะพานแห่งใหม่นี้ได้มีรูปแบบเป็นสะพานขึงแบบเสาคู่ได้มีความยาวของช่วงสะพานประมาณ450เมตรนะยะทางประมาณ2กิโลเมตรขนาด8ช่องจราจรไปกลับด้านละ4ช่องจราจรเพื่อจะทำให้โครงสร้างเป็นระนาบเดียวกับโครงสร้างของสะพานพระราม9ที่เป็นแบบเสาเดียวตรงแต่ทำคานเชื่อมอยู่ด้านบนไม่ใช่เสาคู่และรวบขึ้นมาเป็นเสาเดียวขึ้นด้านบนเหมือนอย่างสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม

เนื่องจากนี้ก็จะประกอบไป8ช่องจราจรจึงมีความจำเป้นที่จะต้องออกแบบขึ้นเสาคู่ให้มีความแข็งแรงตามมาตรฐานสากลและมีความสวยงามส่อดคล้องไม่ไปขัดกับสะพานพระราม9แต่อย่างไรก็ตามการทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ออกแบบให้สะพานใหม่ที่มีความชันน้อยกว่าสะพานพระราม9

โดยสะพานระดับใหม่จะเริ่มระดับชั้นที่สองที่ได้มีความสูงระดับหนึ่งหรือระดับพื้นดินประมาณ10เมตรเทียบเท่าระดับสะพานลอยคนข้ามรถวิ่งขึ้นลงได้อย่างสะดวกขึ้นจากความราดชันระดับห้าลดลงมาเหลือความราดชันระดับสามเหมือนวิ่งขึ้นสะพานข้ามแยกทั่วไป

 

สนับสนุนโดย.    gclub สล็อตฟรี

Romance of the three kingdom ( สามก๊ก)

Published / by admin

Romance of the three kingdom ( สามก๊ก)นิยายดังที่อิงจากประวัติศาตร์

สามก๊กเป็นนิยายดังที่ได้นำเรื่องราวในอดีตมาอ่างอิงจนเป็นที่รู้จักกันอย่างเเพร่หลาย

จัดได้ว่าเป็นมรดกทางปัญญาในด้านวรรณกรรมที่มีค่าของโลก มีการดัดเเปลงในรูปเเบบการเเสดงต่างเช่น งิ้ว

ภาพยนต์ ระครซีรีย์ต่าง เเละได้ถูกตีพิมพ์ออกมามากกว่า10ภาษาทั่วโลก สามก๊ก บทประพันธ์ของสามก๊กเเต่งขึ้นในช่วง

ยุคราชวง์หมิง เขียนโดยหลัว กวั้นจง สามก๊กเเปลเป็นภาษาไทยครั้งเเรกโดยเจ้าพระยาพระคลังหน

ในสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปี พ.ศ.2408 ตีพิมพ์โดยโรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์

ต่อมาได้ถูกตีพิมพ์ครั้งที่สอง โดยโรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร ในปีพ.ศ2471

ในชื่อหนังสือสามก๊กฉบับราชบัณฑิตยสภา

สามก๊กในปัจจุบันได้ถูกตีพิมพ์ใหม่หลายคลังจากหลายสำนัดพิมพ์จนขึ้นชื่อว่าเป็นวรรณกรรมจีนที่อ่างอิงจากประวัติศาส

ตร์ที่เก่าเเก่ที่สุดในประเทศไทย

นิยายเรื่องสามก๊กเป็นนิยายที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นหลากหลายรูปเเบบ ทั้งการวางเเผนการรบที่ใช้เล่ห์กลต่างๆ

ตัวระครเเต่ละคาเเล็คเตอร์จะมีจุดเด็นที่เเตกต่างดันออกไป มีทั้งความเเค้น ความซื่อสัตย์ ความมีเมตรา เจ้าเลย์เพทุบาย

เนื้อเรื่องมีทั้งเรื่องราวที่ดีเเละร้ายปะปนกับไปตามเเต่ละช่วงเวลา ที่อ้างอิงมาจากประวัติศาสตร์จีนในช่วงปี พ.ศ.763-

พ.ศ823 จุดเริ่มต้นจากเรื่องราวของโจนโพกผ้าเหลืองออกปล้นสดม จนทำให้ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย

ได้รวมสาบานเป็นพี่น้องเเละร่วมกันปราบโจรโพกผ้าเหลือง

เเละยังมีเนื้อหาในช่วงที่ก๊กทั้งสามเเย่งชิงอำนาจกันในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น ที่มีก๊กทั้งสามได้เเก่ วุ่ยก๊ก

จ๊กก๊กเเละง่อก๊ก ที่ต่างค่อยเเก่งเเย่งชิงอำนาจกัน จนถึงการสถาปนาราชวงศ์จินโดยสุมาเอี๋ยน

เเละสามก๊กได้รับการยกย่องให้เป็นตำราพิชัยสงครามด้านเศรษฐกิจเเละการบริหาร

เรื่องราวต่างๆของสามก๊กเกิดจากบันทึกเหตุการต่างยุคสามก๊กที่ถูกบันทึกเป็นลายลักษร

จากจดหมายเหตุสามก๊กซึ่งถูกเขียนในรูเเบบพงศาวดารโดยตันซิ่วหรือเฉินโซ่วที่เป็นบัณฑิตของราชวงศ์จิ้น

ที่เป็นอดีตข้าราชการอาลักษณ์ของจ๊กก๊ก หลังจากเเพ้สงครามตันซิ้วถูกไล่ต้อนมาถึงวุ่ยก๊ก

พระเจ้าจิ้นหวูตี้มีบัญชาให้ตันซิ่วเขียนขึ้นเพื่อให้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์

ต่อมาในช่วงระหว่างของปีพ.ศ.1873จนถึงปี1943 หลัวกวั้นจงซึ่งมีตำเเหน่งเป็นกุนซือให้กับก๊กที่ต่อต้านราชวงศ์หยวน

ได้ให้ซันกั๋วจือนำบันทึกของตันซิ่วมาเขียนขึ้นใหม่ในรูปเบบของนิยายอิงประวัติศาสตร์

โดยใช้เรื่องราวที่อยู่ในบันทึกบางส่วนเเละดัดเเปลงเเต่งเติมเพิ่มเข้าไป

ซึ่งพบว่าเรื่องราวจากจดหมายเหตุสามก๊กมีอยู่ในนิยายประมาณ70เปอร์เซ็น

ส่วนอีก30เปอร์เซ็นที่เหลือเป็นเรื่องราวที่หลัวกวั้นจงเเต่งขึ้นมาทั้งหมด

ประวัติศาสตร์ทางภาคอีสาน

Published / by admin

สำหรับสถานที่โบราณที่ได้มีการขุดค้นพบนั้นเป็นสถานที่โบราณที่มีอายุมาหลายช่วงอายุคนและได้มีสิ่งของเก่าแก่มากมายที่ยังได้หลงเหลือให้พวกเรานั้นได้ดูกันสถานที่โบราณแห่งนี้ซึ่งได้ถูกค้นพบที่ภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่และก็ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่เพื่อให้เห็นถึงความเก่าแก่ของสถานที่โบราณแห่งนี้อีกทั้งยังมีภาษา กู่ ที่เขาเอาไว้เรียกกันในสมัยก่อนยุคโบราณอีกด้วย

กู่ เป็นคำที่นิยมใช้ในจังหวัดขอนแก่น สกลนคร และ มหาสารคาม

หมายถึงปราสาทหรือเจดีย์และยังรวมไปถึงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือโบราณสถาน ซึ่งผู้คนก็ได้ให้ความเคารพและมากราบไหว้สืบต่อกันมาหลายช่วงอายุคนกู่บ้านเขวาหรือปรางค์กู่มหาตุตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองมหาสารคามเป็นโบราณสถานที่มีอายุราวๆพพุทธศตวรรษที่18ก่อสร้างขึ้นด้วยศิลาแลงเป็นรูปกระโจมสี่เหลี่ยมกรมศิลปากรได้

ทำการขุดแต่งและบูรณะด้วยวิธีแบบโบราณโดยการเอาก่อหินออกจากนั้นก็นำเอามาประกอบขึ้นมาใหม่เข้าที่เดิมผังหลักของอำเภอกู่บ้านเขวาประกอบไปด้วยปราสาทประทานก่อขึ้นด้วยศิลาแลงสูงจากพื้นดินถึงยอดวัดได้ประมาณ8เมตรมีประตูเข้าออกทางด้านของทิศตะวันออกส่วนอีกสามด้านเป็นประตูหรอกเรือนทาสหรือครั้งพักก็ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุมขนาดกว้างยาวด้านละ5เมตรมีมุกต่อยื่นอยู่ด้านหน้าส่วนบนทำเป็นชั้นเลียนแบบเรือนทาสซ้อนกันขึ้นไปสี่ชั้นจนถึงส่วนบัวยอดปราสาท

บริเวณด้านมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้มีวิหารหรือบันนารายตั้งอยู่แต่ก็คงจะเหลือแค่เพียงส่วนฐานลากเท่านั้นอาคารทั้งสองหลักตั้งอยู่ในภายวงล้อมของกำแพงแก้ว ซึ่งได้ก่อสร้างขึ้นจากศิลาแลงเป็นรูปสี่เลี่ยมพื้นผ้ามีขนาดกว้าง25เมตรมีขนาดความยาว37เมตรโดยมีประตูซุ้มหรือโคปุระเป็นทางเข้าออกจากผังสถานปติยกรรมก็จะเห็นว่ากู่บ้านเขวามีองประกอบไม่ต่างกับกู่สันตรัตน์ที่อำเภอนาดูนซึ่งได้ตรงกับแผ่นผังโครงสร้างอาคารตามแบบบาณที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสตร์สถานประจำสถานพยาบาลหรืออโรขยาสาร 

การจารึกของปราสาท ตาพรหม ของขอมไกล่าวเอาไว้ว่าในสมัยพระเจ้าวรมันที่7ได้มีการสร้างอโรขญาสารเอาไว้มากกว่า100แห่งทั่วราชอาณาจักรเพื่อเป็นสถานพยาบาลสำหรับประชาชนของพระองค์ ซึ่งทางภาคอีสานของประเทศไทยในปัจจุบันได้ค้นพบอยู่23แห่งได้กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ

โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดอีสานใต้อโรขญาสารในแต่ละแห่งนอกจากจะมีตัววิหารปราสาทหินยังได้มีปราสาทอื่นๆอีกหลายหลัง เช่น เรือนนอน บ้านพักเจ้าหน้าที่ เรือนปรุง และ เก็บยาแต่ทั้งหมดนั้นจะก่อสร้างขึ้นด้วยไม้จึงได้มีการผุกพังไม่หลงเหลือให้เห็นเป็นหลักฐานจะพบแต่เพียงข้าวของเครื่องใช้ในยุคนั้น