คลังเก็บหมวดหมู่: ตำนาน

ตำนานหมู่บ้านเกยตายจระเข้กินคนไอ้ด่างเกยไชย

Published / by admin

โดยปกติแล้วจระเข้ก็จะเป็นสัตว์ที่ชอบหากินกุ้งหอยปูปลาเป็นอาหารแต่ถ้ามันเกิดติดใจรสชาติของเนื้อมนุษย์ขึ้นมาล่ะจะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะกลายพันธ์มาเป็นจระเข้ที่จะล่ากินแต่เนื้อคน

ซึ่งจระเข้เกยไชยก็เป็นเรื่องเล่าของคนชาวนครสวรรค์ที่ได้อาศัยอยู่ในแทบบริเวณแม่น้ำน่านถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีความเก่าแก่มาตั้งแต่รัชกาลที่5แต่ด้วยความโหดของมันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ลืมเรือนเลยของคนที่ในพื้นที่เหล่านั้นโหดถึงขนาดที่ว่าสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพนั้นอยากจะขึ้นไปดูถึงที่

โดยท่านก็เป็นผู้ที่ได้เขียนหลักฐานกล่าวถึงจระเข้ตัวนี้เอาไว้แต่มันก็เป็นหลักฐานที่มันค่อนข้างที่จะสั้นเหลือเกินคือมันมีแค่เพียงสองบรรทัดเท่านั้นเองใจความก็ประมาณว่ามันเป็นศรีษะของจระเข้ที่ใหญ่และเป็นจระเข้กินคนที่ชาวบ้านได้เล่าลือกันว่าเป็นจระเข้เจ้าเราก็เลยได้ไปหาดูกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับจระเข้และชาวบ้านกันดีกว่า

ด้วยความที่ว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดังมากขนาดนี้แล้วพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้นก็น่าจะรู้อะไรดีๆบ้างแหละจริงไหมว่ากันว่าในสมัยก่อนที่แห่งนี้เขาได้เรียกกันว่าบ้านเกยไชยในปัจจุบันมันก็ได้กลายมาเป็นหมู่บ้านตำบลเกยไชยของจังหวัดนครสวรรค์ไปแล้วแต่ว่าที่แห่งนี้ก็ได้มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่าบ้านเกยตายโดยสาเหตุของความน่ากลัวในสมัยก่อนที่จะมีจระเข้ได้เข้ามาเยือนอีก

นอกจากนี้ที่แห่งนี้มันก็จะมีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อตรงๆเลยก็คือวัดเกยไชยนั่นเองเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณจุดแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านกับแม่น้ำหลักทั้งสองสายหลักของไทยได้ไหลมาบรรจบกันก่อนที่จะมาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางนี้มันก็เป็นเส้นทางที่พ่อค้าแม่ขายจะพายเรือลงมาจากทางเหนือเพื่อจะไปค้าขายกับทางใต้ทำให้แต่ละวันจะมีคนสัญจรไปบนแม่น้ำเส้นนี้อย่างมากมาย

เนื่องจากมันก็ยังได้เป็นเส้นทางที่น่ากลัวอยู่เหมือนกันเพราะว่าในช่วงที่มีน้ำเยอะๆอย่างฤดูฝนแม่น้ำสายนี้ก็จะไหลแรงมากกว่าเดิมส่งผลทำให้เรือเล็กๆที่พายมาแบบไม่ระวังก็ได้จมลงไปและด้วยความที่ว่าแม่น้ำทั้งสองสายได้มาบรรจบกันมันก็ก่อให้เกิดเป็นน้ำวงดูดทุกอย่างลงไปใต้น้ำหมดเลยคือ

ใครที่จมน้ำตรงนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่งได้เพราะจะโดนดูดลงไปข้างล่างหมดชาวบ้านก็เลยเรียกชื่อแห่งนี้ไปว่าแบบเป็นแนวประชดว่าบ้านเกยตาย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.     sagame

ตำนานบ้านศรีพะโล จังหวัดชลบุรี

Published / by admin

            สำหรับตำนานพื้นบ้านเป็นการเล่าเรื่องถึงที่มาที่ไปของการตั้งชื่อหมู่บ้านเมืองศรีพโลเพราะเหตุใดจึงมีการถูกตั้งชื่อมาเป็นแบบนี้ซึ่งเรื่องราวนั้นมีการกล่าวถึงสมัยในอดีตกาลโดยมีการระบุว่าในสมัยก่อนนั้นเมืองศรีพโลนั้นเป็นเมืองที่อยู่ติดกับแม่น้ำดังนั้นจึงเป็นเมืองที่มักจะมีเรือสำเภาของชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือของชาติอื่นๆล่องเรือสำเภามาจอดขายสินค้าอยู่ที่ท่าเรือนี้กันเป็นประจำ 

แต่ที่เมืองนี้มีเศรษฐีอยู่คนนึงพี่มีนิสัยคดโกงชอบโกงทรัพย์สินของคนอื่นและพ่อค้าที่นำทรัพย์สินมาขายที่ท่าเรือนี้ก็มักจะถูกโกงทรัพย์สินกันเป็นประจำซึ่งวิธีการโกงนั้นก็คือเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นจะให้คนงานของตนเองเอาของมีค่าของตนเองนั้นแอบขึ้นไปซ่อนไว้บนเรือ

หลังจากนั้นก็จะออกมาโวยวายว่าชาวต่างชาตินั้นขโมยทรัพย์สินของตนเองไปซึ่งพวกพ่อค้าชาวต่างชาตินั้นด้วยความที่ตนเองนั้นไม่ได้มีการขโมยทรัพย์สินจึง สั่งให้ทางด้านเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหรือค้นเรือได้เลยซึ่งเศรษฐีได้ออกอุบายออกมาว่าถ้าหากว่าเขาให้คนงานคนภายในเรือแล้ว

พบทรัพย์สินของตนเองเขาจะทำการยึดทรัพย์สินภายในเรือทั้งหมดมาเป็นของเขาเองโดยที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นั้นมั่นใจว่าตนเองไม่ได้คดโกงใครจึงได้รับคำท้าและเมื่อไปค้นเรือก็จะพบทรัพย์สินของเศรษฐีคนดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้เสร็จกี่คนดังกล่าวนั้นกลายเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยขึ้นมาเรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีของมีค่าเยอะทั้งด้านเศรษฐีคนดังกล่าวจึงมักจะนำทรัพย์สินมีค่าของตนเองนั้นไปเก็บไว้ที่อื่นซึ่งจะต้องมีการบรรทุกทรัพย์สินมีค่าของมหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นผ่านไปทางบ้านเขาพระบาทบางทรายเมื่อมีการเดินอยู่บ่อยครั้งเข้าทำให้เขาบริเวณนั้นขาดจนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่

ดังกล่าวเรียกจุดที่เขาพระบาทบางทรายนั้นขาดว่า คอเขาขาด  และเมืองที่มหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นอยู่อาศัยด้วยว่ามหาเศรษฐีคนนั้นคดโกงจนเป็นที่เลื่องลือของคนไปทั่วทำให้ใครๆ

ต่างก็พากันเรียกเมืองดังกล่าวว่าเมืองเศรษฐีพาลพาโล  ซึ่งก็จะหมายถึงการที่เศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหาเรื่องพาลคนอื่นไปทั่วแล้วโกงเอาทรัพย์สินของคนอื่นเขาไปเมื่อมีการเรียกกันนานวันเข้าจากการที่เรียกเป็นเศรษฐีพาลพาโลก็มีการย่อคำจนเหลือแค่เพียงเมืองเศรษฐีพาโลและปัจจุบันก็ถูกย่อลดลงมาเหลือแค่เพียงเมืองศรีพะโลนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

ความเชื่อแบบผิดๆ ที่หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

Published / by admin

เรื่องของความเชื่อนั้นคงไม่เข้าใครออกใคร บางคนก็มีความเชื่อส่วนบุคคล แต่บางคนก็มีความเชื่อออกไปทางลักษณะงมงาย ซึ่งวันนี้เหล่ามีความเชื่อที่ไม่น่าเชื่อคนหลายคนจะหลงเชื่อกันในลักษณะแบบนี้ ซึ่งมีอะไรกันบ้างนั้นเราลองมาดูกัน

ความเชื่อที่ว่าหากอ่านหนังสือในที่มือ จะทำให้สายตาเสีย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าคงจะโดนเตือนกันเรื่องนี้กันบ่อยมาก ว่าเวลาที่อ่านหนังสือในที่มืด มักจะทำให้สายตาสั้นหรือสายตาเสียกันได้อย่างง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น มีการค้นพบว่าการอ่านหนังสือในที่แสงไม่พอนั้น อาจจะทำให้ตาของเราล้ากันไปบ้าง แต่ไม่ได้เป็นการส่งผลเสียถาวรกับดวงตาของเราอย่างแน่นอน

ความเชื่อที่ว่าลูกกระเดือกจะมีแต่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดแบบมหันต์ เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นลูกกระเดือกของคนเรานั้น ก็คือกระดูกที่ปิดกล่องเสียงเพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารหรือน้ำตกลงไปนั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันไปว่าลูกกระเดือกนั้นจะมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น เพราะว่าเวลามองร่างกายภายนอกแล้วนั้นผู้หญิงจะไม่มีส่วนของลูกกระเดือกโผล่ออกมาให้เห็นชัดเจนเท่านั้น แต่ความจริงลูกกระเดือกของเราก็จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพียงแต่สรีระของผู้ชายนั้นจะเห็นลูกกระเดือกได้ชัดกว่า

ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวด ก็จะยิ่งหนาขึ้น ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นความเชื่อที่คนเรามักจะพูดกันบ่อยมากๆกันเหลือเกิน และแถมเป็นความเชื่อที่แทบจะเชื่อกันสนิทเสียด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น ความจริงเส้นผมของเราหรือขนของเรานั้นจะไม่สามารถหนาขึ้นได้หรอกต่อให้เราโกนมันบ่อยหรือถี่แค่ไหน

ซึ่งไอ้ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวดแล้วยิ่งขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะว่าในช่วงตอนที่หนวดของคุณหลังจากที่โกนแล้วมันเพิ่งเริ่มขึ้นใหม่ๆนั้น ธรรมชาติของหนวดหรือเส้นขนนั้นเมื่อเวลาเราไปสัมผัสจะรู้สึกหยาบๆ จึงทำให้มักคิดกันว่าหนวดหรือขนมันหนาขึ้นนั่นเอง แต่ความจริงแล้วนั้น มันก็หนาเท่าเดิมนั่นแหละ

ความเชื่อที่ว่าแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง หากมีคนไปสัมผัสตัวลูกของมัน ในความเป็นจริงทางหลักการวิทยาศาสตร์ของสัตว์ประเภทนี้แล้วนั้น สัตว์ประเภทนกจะมีต่อมการรับกลิ่นที่เล็กมากซึ่งคนเรามักจะชอบพูดกันว่าอย่าเอามือไปสัมผัสลูกนกเพราะแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริงเด็ดขาด เพราะด้วยต่อมการรับกลิ่นของนกนั้นเล็กมากจนไม่รู้ด้วยซ้ำ และจะไม่ได้กลิ่นมือที่เราไปสัมผัสนั้นเลย

ตำนานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมว ในเขตกรุงเทพมหานครเห็น

Published / by admin

               หากใครเคยฟังตำนานที่จังหวัดสกลนครจะทราบว่ามีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนั้นในจังหวัดสกลนครต่างก็เชื่อกันว่านั่นคือผีปอบแปลงร่างมาเพราะมีคนล้มตายเป็นจำนวนมากหลังจากให้ความช่วยเหลือพระและที่ดังกล่าว  

        แต่อย่างไรก็ตามแต่เรื่องราวนี้ไม่ได้เพียงโด่งดังแค่ที่จังหวัดสกลนครเพียงเท่านั้นเพราะเรื่องราวนี้ดังมาไกลถึงกรุงเทพฯเลยทีเดียวและเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯนี้ก็เป็นเรื่องราวที่โด่งดังใหญ่โตถึงขนาดที่ว่ามีการออกข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านพบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำ และเห็นแม่ชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งในย่านบางแค โดยบ้านหลังดังกล่าวนี้อยู่ใกล้กับวัดวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตหนองแขม  

         และชาวบ้านเล่าลือกันว่าหลังจากที่พบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำและเห็นชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวนั้นและเคยเห็นว่าทั้งพระและแม่ชีเดินเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับที่จังหวัดสกลนครที่มีคนตายแต่เหตุการณ์ที่นี่กรุงเทพฯนี้กลับพบว่าหมาและแมวในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นหายออกไปจากหมู่บ้านจนหมดสิ้นซึ่งชาวบ้าน

ต่างก็พากันออกมาติดป้ายประกาศตามหาหมาหาแมวของตนเองจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน  โดยชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าสาเหตุที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปนั้นน่าจะหายไปจากเหตุการณ์ที่พระและแม่ชีนั้นเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเขานั้นเองเพราะหลังจากที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปพวกเขาก็ไม่เห็นพระและแม่ชีที่เคยอาศัยอยู่บ้านร้างหลังนั้นอีกเลย 

          และนับตั้งแต่นั้นมา  ชาวบ้านก็มักจะมีการนำเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวมาขู่เด็กๆให้กับเข้าบ้านตั้งแต่ตอนเย็นซึ่งถ้าเด็กคนไหนกลับบ้านมาช่วงเวลาค่ำก็จะถูกพ่อแม่ข่มขู่ด้วยตำนานของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวนี้ ทำให้ในสมัยในพอตกค่ำ เด็กๆทุกคนก็จะรีบกลับเข้าบ้านไม่ไปเที่ยวที่ไหนกันเลย เพราะว่ากลัว 

           แต่ในปัจจุบันนี้ตำนานนี้ได้มีการลืมเลือนและหายไปตามกาลเวลา  เดี๋ยวนี้ไม่มีใครหวาดกลัวกับตำนานนี้กันแล้ว ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้ยินตำนานนี้กันแล้วโดยตำนานนี้ถูกนำมาเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนและในปัจจุบันเด็กๆก็ไม่ค่อยครัวเกี่ยวกับตํานานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวกันแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   ufabet

ตำนานความรักของโกโบริและอังศุมาลิน

Published / by admin

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของตำนานความรักที่หลายคนนั้นเกิดความซาบซึ้งในความรักของคนทั้งคู่โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ชื่อว่าโกโบริซึ่งตำนานมีการเล่าถึงประวัติความเป็นมาในสมัยช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในระหว่างนั้นประเทศไทยได้ถูกนำไปเป็นประเทศซึ่งเป็นฐานทัพของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งได้มีการต่อสู้กันระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศทั้งแถบอเมริกาโดยในตอนนั้นทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการส่งทหารมาประจำการที่ประเทศไทยโดยให้มีการสร้างฐานทัพไว้ที่แถวบริเวณบางกอกน้อยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบันนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้มีทหารหนุ่มคนหนึ่งมีชื่อว่าโกโบริเขาได้เกิดตกหลุมรักหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง

ที่ชื่อว่าอังศุมาลินซึ่งทางด้านโกโบรินั้นเขาได้เป็นลูกชายของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งส่วนทางด้านอังศุมาลินนั้นก็เป็นลูกสาวของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่ของคนไทยเช่นเดียวกันทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแต่งงานกันเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ในตอนแรกนั้นอังศุมาลินไม่ได้ชอบโกโบริ

แต่ด้านโกโบรินะหลงรักอังศุมาลินอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปสักระยะหนึ่งทำให้อสมารินและคนนั้นต่างก็หลงรักซึ่งกันและกันจะมีพยานมาร่วมกันซึ่งในขณะนั้นอังศุมาลินกำลังตั้งครรภ์ลูกของโกโบริอยู่แต่อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

เมื่อฝ่ายตรงข้ามกับกองกำลังทหารของประเทศญี่ปุ่นได้มาทิ้งระเบิดตรงบริเวณที่โกโบริกำลังทำงานอยู่ซึ่งก็คือบริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็มีนายทหารที่ชื่อโกโบริคนนี้รวมอยู่ด้วยซึ่งขณะที่มีการถูกโดนระเบิดมาที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยนั้น

อังศุมาลินที่รู้เรื่องราวว่ามีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยก็วิ่งมาหาชายคนรักของตนเองซึ่งในที่สุดแล้วกว่าเธอจะหาชายคนรักของเธอเจอเธอก็พบว่าโกโบรินั้นได้เสียชีวิตแล้วแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นเขาได้พูดกับอังศุมาลินว่าเขาจะรักเธออย่างนี้ตลอดไปและเขาจะรอเธออยู่ที่ตรงทางช้างเผือก

ซึ่งอังศุมาลินเองก็รับปากว่าเมื่อเธอดูแลลูกจนเติบใหญ่แล้วและเมื่อเธอเสียชีวิตไปเธอจะไปหาโกโบริที่ทางช้างเผือกนั่นเองซึ่งเรื่องราวความรักในครั้งนี้ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายครั้งจนทำให้หลายคนนั้นเกิดความประทับใจกับความรักที่ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นมีต่อหญิงสาวชาวไทยอย่างมากนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   แอพคาสิโน ได้เงินจริง

โคล้ด โมเน่ต์

Published / by admin

ศิลปินชาวฝรั่งเศส เป็นศิลปินที่ถือว่าเป็นบุคคลในแวดวงศิลปินที่มีความสำคัญมากคนหนึ่ง หฃังจากที่เขานั้นเสียชีวิตไปได้สักประมาณ80กว่าปีก่อนหน้านี้ และเมื่อในปี 2014

ก็เป็นวันครบรอบแห่งการจากไปของศิลปินชื่อดังคนนี้นั่นเอง หลังจากที่เขาเสียไปแล้วนั้นผลงานของเขาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากเลยทีเดียว และในก่อนหน้าจะครบวาระในช่วงครบรอบการจากไป88ปีนั้น ก็มีการสูญเสียผลงานของเขาในก่อนหน้านั้น2ปี

เนื่องจากผลงานนั้นอาจจะไม่ได้เป้นที่ต้องการหรือสนใจกับคนในยุคปัจจุบันแล้ว ทำให้ในปี 2014 ที่มีการครบรอบนี้นั้นถือว่าเป็นการกลับมาของผลงานของเขาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เรานั้นจะไปทำการรู้จักกับผลงานของเขานั้น เรามทำความรู้จักกับชีวประวัติขิงเขากันก่อนว่า เขานั้นมีความเป็นมาและสามารถมีชื่อเสียงในแวดวงการศิลปะได้อย่างไร

ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขานั้นสามารถเข้ามาเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกได้นั้นก็คืภาพวาดอันสวยงามที่เชื่อว่าถ้าหากหลายคนเห็นภาพวาดนี้นั้นจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอนเพราะภาพวาดของเขานั้นเป็นภาพวาดสระบังที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยนั่นเอง ภาพเขียนสระบัวนี้นั้นได้มีการสร้างสรรค์และเกิดขึ้นในช่วงปลายๆของชีวิตเขา โดยในการสร้างสรรค์ภสพวาดนี้นั้นเป่วงที่เขาได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในชนบทแห่งหนึ่ง

ด้วยความที่โมเน่ต์นั้นเป็นสิลปินที่ชื่อนชอบและรักการวาดภาพสิ่งที่อยู่รอบตัวเป็นหลักอยู่แล้ว และในการย้ายไปในชนบทนั้นเขาได้ซื้อบ้านและบริเวณบ้านของเขานั้นก็มีสวนและมักจะทำการวาดภาพแบบ Open Air อยู่เสมอ ดดยการวาดภาพประเภทนี้นั้นเป็นการวาดภาพศิลปะแลลสมัยใหม่ซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรื่องของฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ และไม่มีใครเคยวาดภาพในลักษณะนี้มาก่อนด้วย

ทำให้ผลงานที่โมเน่ต์สร้างสรรคืนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากในยุคนั้นและก็มีศิลปินคนอื่นๆที่มีการสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้ด้วย เพราะการสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพวาดมีความสวยงามและดูสมจริงมากกว่าการใช้จินตนาการอยู่ในสตูดิโอเท่านั้น 

โดยศิลปินในสมัยนั้นแม้แต่โมเน่ต์เองก็ตามจะเป็นศิลปินที่มีการสร้งสรรค์ที่รวดเร็วและการวร้างสรรคืผลงานจะสังเกตได้เลยว่าจะไม่ได้มีความเนี๊ยบมากนักแต่จะมีความสวยงามในความเป็นธรรมชาติเมื่อเรามองภาพวาดแล้วนั้น เราจะรู้ได้เลยว่า ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานนั้นมีการสร้างสรรค์ในยุคไหนนั่นเอง และตัวโมเน่ต์เองนั้นก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานต่างๆออกมาได้อย่างมากมาย

และสวยงามผลงานส่วนใหญ่ของเขาก็จะเน้นเป็นการสร้างสรรคืในลักษระ Open air ทั้งสิ้นนอกจากนี้ โมเน่ต์มักจะสร้างสรรค์ภาพวาดแนวธรรชาติและมักจะมีภาพวาดที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วยเสมอ นั่นก็คือภรรยาของเขานั่นเอง เขามักจะใช้ภรรยาเป็นแบบในการวาดภาพอยู่เสมอ ทำให้ภาพของเขานั้นดูเป็นภาพที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างด้วย

 

สนับสนุนโดย   ufabet

ตำนานเรือไททานิค

Published / by admin

      หากพูดถึงเรือไททานิคแล้วแล้วก็หลายคนคงยังจำกันได้ดีเกี่ยวกับตำนานของเรือซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในครั้งแรกที่มีการสร้างขึ้นมาเกิดล่มกลางทะเลเพราะไปชนกับภูเขาน้ำแข็งแล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในเหตุการณ์ในครั้งนั้นซึ่งในช่วงยุค 90 ได้มีการนำตำนานของเรือไททานิคล่มนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์

จนมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกหลายคนรู้จักเรือไททานิคก็มาจากภาพยนตร์เรื่องไททานิคนั่นเองสำหรับตำนานเรื่องเล่าของเรือไททานิคในครั้งนี้เกิดขึ้นก็เมื่อมีการสร้างเรือที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกครั้งแรกจะเดินทางจากประเทศอังกฤษไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ระหว่างการเดินทางนั้นเอง

ด้วยความที่กัปตันควบคุมเรือนั้นเกิดความมั่นใจในตนเองว่าตนเองนั้นมีฝีมือในการควบคุมเรือและเรือไททานิคก็มีขนาดใหญ่ไม่มีทางที่จะส่งในมหาสมุทรอย่างแน่นอนจึงได้ประมาทมีการนำเรือสำรองที่เป็นเรือชูชีพออกจากเรือขนาดใหญ่ซึ่งระหว่างที่มีการแล่นเรือไปกลางทะเลนั้นเกิดไปชนกับภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่

ที่อยู่กลางทะเลโดยที่ไม่มีใครคาดฝันขึ้นทำให้เรือเสียหลักและค่อยๆจมลงสู่กลางทะเลเลือดสำรองที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้คนที่อยู่บนเรือไททานิคทำให้มีบางคนที่รอดชีวิตแต่ก็มีบางคนที่ต้องเสียชีวิตสังเวยความหนาวเย็นของท้องทะเลเพราะกว่าที่จะมีการมาช่วยเหลือ

ก็ไม่ทันกาลเสร็จแล้วเพราะเรือที่อยู่บริเวณใกล้เคียงส่วนใหญ่ต่างก็มีความเชื่อเช่นเดียวกันว่าเรือไททานิคนั้นไม่มีทางที่จะลงกลางทะเลอย่างแน่นอนดังนั้นเมื่อทางด้านเรือไททานิคมีการฝึกเพื่อขอความช่วยเหลือใกล้เคียงส่วนใหญ่จึงมองว่าเรือไททานิคนั้นเป็นการจุดพลุเฉลิมฉลองกันบนเรือเจมส์มากกว่าจนท้ายที่สุดแล้ว

เมื่อเรือไททานิคจมลงจึงไม่สามารถที่จะช่วยผู้ที่ประสบอุบัติเหตุได้ครบทุกคนนั่นเองซึ่งประวัติความเป็นมาของเรือไททานิคนี้ปัจจุบันยังมีสุสานซากเรือไททานิคจมอยู่กลางทะเลซึ่งเราสามารถที่จะดูได้ผ่านทางรายการทีวีที่มีการนำเรือดำน้ำลงไปถ่ายทำซากเรือของไททานิค

ให้เราได้เห็นของจริงกันซึ่งถึงแม้จะผ่านมาหลายร้อยปีแล้วแต่ความยิ่งใหญ่และความอลังการของเรือไททานิคก็ยังคงอยู่ในใจของใครหลายๆคนรวมถึงความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้องที่ต้องสูญเสียญาติของตนเองไปกับเหตุการณ์เรือไททานิคล่มในครั้งนั้นก็ยังคงมีอยู่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ทดลองเล่นสล็อต gclub

ตำนานเกาะเต่า

Published / by admin

         ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้นจะมีเกาะหนึ่งที่ชื่อว่าเกาะเต่าซึ่งเกาะเต่าแห่งนี้ก็จะมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความเป็นมาของเกาะซึ่งเป็นตำนานเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วโดยมีการว่ากันว่าเมื่อช่วงประมาณปีพุทธศักราช 2476 เกาะเต่าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาไว้สำหรับเป็นที่คุมขังนักโทษซึ่งกลุ่มนักโทษที่จะถูกนำมาขังที่นี่นั้นจะเป็นนักโทษเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองรายคนถูกนำมาขังไว้ที่นี่ตลอดชีวิต

แต่บางคนก็จะถูกคุมขังไว้ชั่วคราวและปล่อยตัวไป ซึ่งบางครั้งเมื่อถูกปล่อยตัวแล้วก็ถูกจับกลับไปขังใหม่อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณปี 2487 ได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้น รัฐบาลชุดใหม่จึงได้มีการตัดสินใจปิดเกาะเต่าและปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมดหลังจากนั้นอีก 3 ปี

ต่อมาเกาะเต่าแห่งนี้จึงถูกพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และด้วยเหตุนี้จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่เกาะเต่าเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีเรื่องเล่าขานจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่าแห่งนี้โดยเรื่องเล่านี้ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทย

ที่ได้มาเที่ยวและได้มาประสบพบเจอกับสิ่งแปลกประหลาดและมีการเล่าเรื่องราวว่าเมื่อพวกเขาเดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่าและได้เข้าพักตามโรงแรมหรือบ้านพักหรือรีสอร์ทบนเกาะเต่าแห่งนี้พวกเขามักจะพบเจอกับสิ่งแปลกประหลาด ซึ่งเรื่องราวของแต่ละคนนั้นก็มักจะคล้ายคลึงกันนั่นก็คือพวกเขามักจะได้ยินเสียงคนร้องโหยหวนหรือ

คนมากรีดบริเวณแถวผนังห้องพักในช่วงเวลาดึกๆ ทำให้ใครก็ตามที่เดินทางไปเที่ยวเกาะเต่าแห่งนี้มักจะพากันหวาดกลัวกับตำนานเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องของผีซึ่งหลายคนเชื่อว่าเสียงกรีดร้องหรือเสียงกรีดตามผนังนั้นน่าจะเป็นเสียงของเหล่าวิญญาณของนักโทษที่ตายอยู่บนเกาะแห่งนี้นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามบางคนก็ออกมาคัดค้านเกี่ยวกับเรื่องของตำนานผีบนเกาะเต่าแห่งนี้ว่าที่จริงแล้วนักโทษที่เสียชีวิตบนเกาะเต่าแห่งนี้ไม่ได้ถูกฆาตกรรมหรือถูกสั่งประหารชีวิตแต่อย่างใดแต่พวกเขาตายเองธรรมชาติซึ่งก็อาจจะเป็นการเจ็บป่วยตายดังนั้นไม่น่าจะมีความเฮี้ยนที่จะมาหลอกหลอนผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่าส่วนเสียงร้องโหยหวน

หรือแม้แต่เสียงกรีดตามผนังนั้นก็น่าจะเป็นแค่เพียงเสียงของลมที่พัดกิ่งไม้และขูดตามบริเวณผนังห้องพักเพียงเท่านั้นหรือเสียงที่นักท่องเที่ยวได้ยินเป็นเสียงกรีดร้องนั้นก็น่าจะเป็นแค่เพียงเสียงลมที่พัดเข้าไปในอาคารทำให้เกิดเสียงคล้ายลักษณะเหมือนคนกรีดร้องนั่นเอง

ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่าตำนานผีเฮี้ยนที่เกาะเต่านั้นมีจริงแต่บางคนนั้นก็ยึดตามหลักวิทยาศาสตร์และไม่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีบนเกาะเต่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับ มือถือ

ตำนานสุริยคราสของประเทศอียิปต์โบราณ

Published / by admin

               การเกิดสุริยะคลาสนั้น มีตำนานเล่าขานมากมายหลายตำนานด้วยกัน ซึ่งแต่ละตำนานก็จะแตกต่างกันของแต่ละประเทศ โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานของประเทศอียิปต์โบราณที่มีการพูดถึงเกี่ยวกับการเกิดสุริยะคลาสที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลักทางวิทยาศาสตร์

แต่เกี่ยวกับความเชื่อของคน และมีความเกี่ยวพันธ์กับเทพเจ้านั่นเอง ซึ่งในวันนี้ความเชื่อที่เราจะมาพูดถึงกันนี้เป็นตำนานความเชื่อของคนอียิปต์ในสมัยโบราณที่มีความเชื่อเกี่ยวกับงูยักษ์   ซึ่งตามตำนานความเชื่อของคนอียิปต์โบราณมีการเชื่อกันว่า พญางูยักษ์หรือที่เรียกกันว่าอาโพพิษ เป็นพญางูยักษ์ที่มีความชั่วร้ายเป็นอย่างมาก โดยพญางูตัวนี้จะเป็นอริศัตรูของเทพเจ้าลา ซึ่งเป็นตัวแทนของพระอาทิตย์อีกด้วย

สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับพญางูยักษ์ตัวนี้นั้น กล่าวกันว่าลำตัวของมันมีขนาดใหญ่มหึมามาก สามารถที่จะเอาลำตัวของมันนั้นโอบล้อมรอบโลกได้เลยทีเดียวและที่สำคัญพญางูตัวนี้สามารถที่กลืนกินดวงอาทิตย์ได้อีกด้วย ตามตำนานความเชื่อของคนอียิปต์โบราณเชื่อว่าจะมีเทพเจ้าเซตและเทพเจ้าเบเฮนจะมีหน้าที่คอยปกป้องและปกปักษ์รักษาเทพเจ้าลาที่เป็นดวงอาทิตย์นั่นเอง

มีความเชื่อกันว่าพญางูยักษ์นั้นจะมีแหล่งที่อยู่ตรงบริเวณใต้เส้นขอบฟ้า คอยหลบเร้นไม่ให้ใครได้เห็นและมันจะคอยขัดขวางไม่ให้เรือสุริยะแล่นผ่านไปตรงบริเวณที่มันอาศัยอยู่ด้วย และทุกครั้งที่ไอโพพิษมีชัยชนะในการต่อสู้ก็มักจะเกิดพายุขึ้น และนั่นแสดงให้เห็นว่าหากมีพายุเกิดขึ้นเมื่อไหร่แสดงว่า พญางูยักษ์ อาโพพิษได้มีการกลืนกินดวงสุริยะเข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะมีเพทเจ้าคอยช่วยเหลือให้เทพลานั้นออกมาจากท้องของพญางูยักษ์ได้ และนั่นคือที่มาของการเกิดสุริยะคลาสนั่นเอง 

        ปัจจุบันการเกิดสุริยคราสยังคงมีอยู่แต่นานๆจึงจะเกิดเพียงครั้งเดียวซึ่งหลายคนก็เฝ้ารอดูการเกิดสุริยคราสกันและในปัจจุบันนี้ตำนานความเชื่อของการเกิดสุริยคราสเกี่ยวกับสัตว์ในตำนานอย่างที่ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อถือกันนั้น ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันแล้วเนื่องจากว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันของการเกิดสุริยะคาดว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไร

ถึงทำให้ตำนานความเชื่อเน้นค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลานั่นเอง แต่ถ้าหากใครยังอยากที่จะฟังเรื่องราวความเชื่อที่เป็นตำนานอยู่ก็ยังสามารถสอบถามเอาจากคนแก่ได้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันตำนานความเชื่อเหล่านี้จะถูกนำมาเล่าผ่านนิทานก่อนนอนให้กับเด็กๆได้ฟังนั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บพนันแทงบอล คาสิโน บาคาร่า

ตำนานผี ซุนเดล โบล็อง

Published / by admin

    วิญญาณเกี่ยวกับผีสาวซุนเดล โบล็อง เป็นหญิงสาวประเทศมาเลเซียซึ่งเธอเสียชีวิตขณะที่เธอนั้นกำลังตั้งครรภ์และเธอนั้นได้คลอดลูกขณะที่เธอนั้นอยู่ในโรงศพแต่บางตำนานก็บอกว่าเธอเสียชีวิตขณะที่เธอคลอดลูกนั่นเองเธอเป็นหญิงสาวที่มีความงดงาม

โดยเธอนั้นมีผมยาวจนถึงสะโพกและหลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้วผู้คนมักจะเห็น ซุนเดล โบล็อง ออกมาปรากฏตัวในรูปแบบของการแต่งกายด้วยชุดสีขาวตลอดทั้งชุดซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เห็นผีของซุนเดล โบล็อง มักจะเห็นเธอปรากฏตัวขณะที่อุ้มลูกอยู่ด้วยตำนานความน่ากลัวของผีสาว ซุนเดล โบล็องเกิดขึ้นเมื่อเธอนั้นเกิดตั้งครรภ์แล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบด้วยความเสียใจเธอจึงได้ฆ่าตัวตาย

ขณะที่เธอกำลังท้องอยู่กลายเป็นผีตายทั้งกลมหลังจากนั้นวิญญาณของเธอก็อาฆาตแค้นในช่วงเวลากลางคืนเธอมักจะออกหาเหยื่อซึ่งเป็นผู้ชายโดยผู้ชายส่วนใหญ่ที่เห็นผีสาวซุนเดล โบล็อง ก็เกิดความร่วมหลงเนื่องจากว่าเธอนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและเมื่อเหยื่อหลงติดกับดักของเธอพี่สาวก็จะทำร้ายผู้ชายเหล่านั้น

ด้วยการตัดอัณฑะของพวกเขาและปล่อยให้พวกเขานอนจมกองเลือดจนเสียชีวิตหรือบางคนก็ใช้ชีวิตอย่างทรมานด้วยการที่ไม่มีอัณฑะซึ่งเรื่องราวความน่ากลัวของผีสาวซุนเดล โบล็องเป็นที่เล่าขานกันอย่างมากในประเทศมาเลเซียถึงขนาดว่าได้มีการนำเรื่องราวของเธอนั้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์

และละครทีวีหลายต่อหลายครั้งโดยปัจจุบันตำนานของซุนเดล โบล็องได้มีการเปลี่ยนจากการที่เธอนั้นเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ก็กลายมาเป็นว่าเธอเสียชีวิตจากการที่เธอถูกผู้ชายนั้นหลอกลวงและไม่ได้มีลูกมาเกี่ยวข้องอย่างไรก็ตามเรื่องราวความน่ากลัวของเธอยังคงมีการพูดถึงและเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งเรื่องเล่าเกี่ยวกับซุนเดล โบล็องเป็นการเล่าถึงหญิงสาวที่ฆ่าตัวตายและออกมาแก้แค้นผู้ชายหื่นไม่เลือกหน้าไม่ว่าชายคนนั้น

จะเป็นคนดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ในปัจจุบันตำนานของผีสาวซุนเดล โบล็องก็ไม่ค่อยเป็นที่น่ากลัวของคนทั่วไปแล้วเพราะในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีใครพบเห็นวิญญาณของผีเสื้อซุนเดล โบล็อง กันมานานแล้วซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าผ่านมาแล้วหลายปีวิญญาณของเธอคงหายแค้นและปลดปล่อยความแค้นเป็นที่เรียบร้อย

และคงไปเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกันจึงทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครพบเห็นวิญญาณร้ายของซุนเดล โบล็อง อีกเลย  และนี่เป็นเพียงตำนานของผีสาวของประเทศอินโดนีเซียที่เป็นวิญญาณร้ายคอยอาฆาตและออกอาระวาดทำร้ายผู้ชายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   gclub casino online มือถือ