คลังเก็บหมวดหมู่: ตำนาน

ตำนานเรือนจำผีสิงที่รัฐเวอร์จิเนีย

Published / by admin

       ที่รัฐเวอร์จิเนียมีสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งก่อสร้างที่มีความสวยงามมากมายโดยลักษณะของสิ่งก่อสร้างของที่นี่นั้นจะมีการสร้างคล้ายๆกับประสาทในสถานที่ต่างๆส่วนใหญ่นั้นก็จะมีลักษณะความคล้ายคลึงกันซึ่งแนวความคิดในการสร้างอาคารของที่นี่จะเน้นในรูปทรงของประสาทโกธิค

อย่างไรก็ตามยังมีเรือนจำแห่งหนึ่งซึ่งมองด้านนอกแล้วเป็นเรือนจำที่มีความสวยงามเหมือนกับนักโทษนั้นได้อาศัยอยู่ภายในปราสาทราชวังหากนักท่องเที่ยวคนไหนไม่รู้ว่าที่นี่เป็นเรือนจำก็อาจจะคิดว่าที่นี่เคยเป็นประสาทของเราขุนนางหรือของคนชั้นสูงมาก่อนอย่างแน่นอน

แต่ในความเป็นจริงแล้วที่นี่คือเรือนจำหรือที่เราเรียกกันว่าคุกนั่นเองและที่คุกแห่งนี้ไม่ได้มีความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้นแต่มันยังมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณที่คอยหลอกหลอนผู้คนโดยที่เรือนจำในรัฐเวอร์จิเนียแห่งนี้ว่ากันว่ามีการเปิดให้ใช้งานขึ้นมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1876 โดยช่วงที่มีการก่อสร้างเรือนจำแห่งนี้นั้นแต่เดิมพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าแต่เดิมแล้วพื้นที่แห่งนี้นั้น

เคยเป็นสุสานเก่ามาก่อนโดยเป็นการนำศพของชนเผ่าอินเดียแดงมาฝากไว้ตรงบริเวณพื้นที่แห่งนี้หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนจากสุสานมาเป็นอาคารเอาไว้สำหรับให้นักโทษนั้นได้มาอยู่อาศัยที่นี่เส้นที่เรือนจำแห่งนี้มีนักโทษที่เคยเข้ามาอยู่ที่นี่มากถึง 480 คนเลยทีเดียวแต่จำนวนนักโทษในทุกๆปีก็เพิ่มมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆจาก 480 คนก็กลายมาเป็น 2,400 คนซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคนอยู่ก็ต้องมีคนตายนักโทษดวงคนนั้น

ต้องเสียชีวิตอยู่ในเรือนจำแห่งนี้เป็นจำนวนมากแน่นอนว่าความผิดของนักโทษแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันดังนั้นหากใครที่ทำความผิดไว้เยอะโทษก็จะหนักซึ่งการลงโทษสำหรับนักโทษที่มีความผิดเยอะๆนั้นก็คือการประหารชีวิตหรือนักโทษบางคนก็อาจจะถูกทารุณกรรมร่างกายจนกว่าจะไม่สามารถทนทานได้และตายไปเอง

รวมถึงบางคนนั้นก็เกิดความรู้สึกห่อเห*่ยวจิตใจที่ต้องติดคุกก็อาจจะมีการฆ่าตัวตายหรือเกิดการทะเลาะวิวาทกันและฆ่ากันตายก็มีทำให้ที่เรือนจำแห่งนี้กลายเป็นที่สิงสถิตของเหล่าวิญญาณทั้งหลายโดยเฉพาะวิญญาณของนักโทษที่เคยถูกคุมขังอยู่ในที่แห่งนี้อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงนี้ต่างก็เล่าลือกันถึงดวงวิญญาณที่อาศัยอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ว่าพวกเขามักจะเห็นว่าตรงประตูทางเข้ามัก

จะเปิดเองโดยที่ไม่มีคนมายืนคอยเปิดและมักจะเห็นเงาลางๆคล้ายๆคนเดินเข้าเดินออกอยู่เป็นประจำและที่สำคัญบางคืนก็จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหมือนกับว่าคนคนนั้นกำลัง แสนสาหัสเลยทีเดียวและที่นี่เองเคยมีคนที่อยากลองของอยากจะเจอว่าผีมีจริงหรือไม่มาลองของกันแล้วหลายคนและทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่น่ากลัวมากเพราะเพียงแค่เข้าไปไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็รับรู้ได้เลยว่าน่าจะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่และเมื่อเข้าไปก็จะรู้สึกอึดอัดฉันอยากจะอาเจียนออกมาเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ตำนานความรักของสะพานสารสิน

Published / by admin

          เรื่องเล่าตำนานความรักสารสินนี้เป็นเรื่องเล่าที่มีกันมานานหลายปีแล้วที่เดียวซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตถึงแม้ว่าเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังนี้จะเหมือนละครน้ำเน่าแต่เชื่อเถอะว่าเรื่องราวความรักของสะพานรักสารสินนั้นเคยเกิดขึ้นจริงเมื่อปีพศ 2516

โดยตำนานมีการเล่าถึงเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนมีฐานะร่ำรวยและหน้าตาดีพ่อเป็นคนดังในจังหวัดภูเก็ตในขณะที่ฝ่ายชายนั้นเป็นแค่เพียงคนยากจนที่มีอาชีพขับรถสองแถวเพียงเท่านั้นทั้งคู่ได้พบรักกันตั้งแต่สมัยที่ฝ่ายหญิงนั้นยังเป็นนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยพยาบาลและก็แอบพบรัก

และพบเจอกันเลยมาโดยมีพ่อของฝ่ายหญิงนั้นคอยกีดกันอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากว่าพ่อของฝ่ายหญิงนั้นเห็นว่าตนเองนั้นมีฐานะร่ำรวยจึงอยากให้ลูกสาวของตนเองนั้นได้พบกับผู้ชายที่มีฐานะเท่าเทียมกันแต่ไม่ว่าอย่างไรแล้วฝ่ายหญิงก็ไม่เป็นไรจากฝ่ายชายยังคงแอบนัดเจอกันเจอ

เมื่อไหร่หญิงเรียนพยาบาลจบและได้ออกมาทำงานเป็นพยาบาลทั้งคู่ก็ยังแอบคบหากันอยู่เรื่อยมาผ่านมาหลายปีครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้นเริ่มใจอ่อนจึงได้ช่วยกันแก้กล่อมให้กับพ่อของฝ่ายหญิงนั้นเห็นใจในความรักของคนทั้งคู่โดยให้คนทั้งคู่นั้นสามารถมาคบและแต่งงานกันได้แต่อย่างไร

ก็ตามพ่อของฝ่ายหญิงที่เห็นว่าตนเองร่ำรวยเงินทองมากนั้นไม่ยอมให้ฝ่ายหญิงได้แต่งงานกับคนที่ขับรถสองแถวเพียงเท่านั้นด้วยกลัวว่าฝ่ายชายนั้นจะมาปอกลอกเงินทองของตนเองจึงพยายามหาชายหนุ่มที่มีฐานะร่ำรวยคู่กันให้มาแต่งงานกับลูกสาวของตนเองจนในที่สุดทั้งคู่ก็ไม่สามารถที่จะทนแรงกดดัน

จากพ่อของฝ่ายหญิงได้ทำให้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ปีพ.ศ 2516 ในขณะที่ฝ่ายหญิงได้รับรู้ว่าพ่อของเธอนั้นได้มีการจับคู่ของเธอเพื่อจะให้แต่งงานกับคนอื่นเธอจะได้นำเรื่องราวนี้มาปรึกษาชายกันเป็นที่รักและทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะไปร่วมกันและไม่ต้องการที่จะพรากจากกันดังนั้นทั้งคู่จึงพากันไปกระโดดน้ำที่สะพานสารสิน

แต่ก่อนที่จะมีการกระโดดลงไปในน้ำนั้นทั้งคู่เกรงว่าจะมีคนมาพรากออกจากกันจึงได้ใช้ผ้าขาวม้ามัดที่บริเวณเอวของคนทั้งคู่ให้ติดกันและโดดน้ำลงไปพร้อมกันนั่นเองซึ่งผลสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็เสียชีวิตด้วยกันและกลายมาเป็นตำนานความรักที่หลายคนนั้นซาบซึ้งใจ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Aesexy

ตำนานความเชื่อ การไหว้ผีบ้านผีเรือน

Published / by admin

   ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการไหว้ผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นสิ่งที่มีการเชื่อมมาตั้งแต่โบราณอาการและลูกหลานก็มีการไหว้ผีบ้านผีเรือนสืบทอดต่อๆกันมาโดยมีความเชื่อว่าผีบ้านผีเรือนนั้นก็คือสีของบรรพบุรุษของปู่ย่าตายายที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ยังคงวนเวียนอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อที่จะคอยปกปักคุ้มครองรักษาลูกหลานให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

ถึงแม้ว่าปัจจุบันวิวัฒนาการความเจริญก้าวหน้าจะมีมากมายหลายอย่างเข้ามาแต่การนับถือผีบ้านผีเรือนก็ยังคงมีอยู่ประชาชนส่วนใหญ่ของคนไทยยังคงนับถือและเคารพผีบ้านผีเรือนซึ่งเราจะเห็นจากว่าบ้านส่วนใหญ่นั้นมักจะมีการทำบุญแนะนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนในช่วงวันพระหรือแม้แต่วันพระใหญ่ซึ่งเป็นการทำบุญให้กับบรรพบุรุษโดยมีความเชื่อว่าหากเราดูแลผีบ้านผีเรือนให้กินอิ่มอยู่ดีกินดีผีบ้านผีเรือน

ก็จะช่วยคุ้มครองให้เราร่ำรวยและอยู่ดีกินดีด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นทุกปีสำหรับการเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือนนั้นเรามักจะเห็นว่าผู้คนมักจะทำการในช่วงเทศกาลใหญ่ๆเช่นวันตรุษจีน  หรือแม้แต่วันสารทจีน  เป็นต้นโดยเจ้าของบ้านจะมีการเตรียมอาหารทั้งอาหารคาวและอาหารหวานผลไม้หมากพลูรวมถึงดอกไม้ซึ่งอาหารแต่ละอย่างนั้นก็มักจะเป็นอาหารที่บรรพบุรุษมีความชื่นชอบแล้วมาทำประกอบพิธีจุดเทียน

จุดธูปบอกกล่าวให้ผีบ้านผีเรือนมากินอาหารที่เตรียมไว้ให้โดยจะมีการขอพรให้ผีบ้านผีเรือนคุ้มครองให้ลูกหลานอยู่ในบ้านนี้อย่างมีความสุขและร่ำรวยเงินทองอยู่ดีกินดีแต่หากบ้านไหนก็ตามที่ไม่มีการเคารพผีบ้านผีเรือนโดยมักจะไม่ค่อยนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนบ่อยมากนักจะทำให้คนในบ้านนั้นมักจะเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายโดยมีความเชื่อกันว่าผีบ้านผีเรือนจะโกรธที่ลูกหลานไม่สนใจดูแลจึงมักจะดลบันดาลให้คนภายในบ้านเกิดความเจ็บป่วย

           ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณแต่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการยึดถือและปฏิบัติสืบทอดกันมาซึ่งการนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น คนรุ่นใหม่จึงยังมีการปฏิบัติต่อนั่งต่อๆกันมาเพราะถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เชื่อว่าการที่ลูกหลานจะร่ำรวยเงินทองนั้นจะมาจากการคุ้มครองจากบรรพบุรุษที่เป็นผีบ้านผีเรือน

ก็ตามแต่เนื่องจากคนไทยนั้นเป็นคนที่เคารพนับถือผู้ใหญ่แล้วถึงแม้ผู้ใหญ่เท่านั้นจะเสียชีวิตไปแล้วก็ยังสามารถระลึกถึงได้โดยการนำของเซ่นไหว้ไปเส้นให้ตามเทศกาลต่างๆเพื่อเป็นการแสดงถึงความรักและการระลึกถึงบรรพบุรุษได้เช่นเดียวกันดังนั้นการที่ในแต่ละปีจะมีการนำอาหารคาวหวานไปเลี้ยงบรรพบุรุษหรือว่าผีบ้านผีเรือนจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อๆกันสืบต่อไป

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องฝาก

ตำนานไอ้ไข่วัดเจดีย์

Published / by admin

สถานที่วัดเจดีย์ในปัจจุบันนี้ เคยเป็นที่ๆหลวงปู่ทวดได้เดินธุดงค์มา และได้เป็นตำนานเล่าขานกันมาว่าเมื่อสมัยก่อนนั้น หลวงปู่ทวดได้เดินธุดงค์และได้มาปักกลดอยู่ที่บริเวณนั้น และไอ้ไข่เป็นเพียงวิญญาณที่ติดตามเมื่อหลวงปู่ทวดได้เห็นบริเวณแห่งนี้มีสมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญมากมาย

จึงให้ดวงวิญญาณของไอ้ไข่เฝ้าไว้ และดวงวิญญาณของไอ้ไข่ได้ปกปักรักษาสมบัติเหล่านั้นไว้จนถึงปัจจุบัน และถ้าใครเข้าอาศัยมาโดยไม่บอกกล่าวก็จะมีการโดนแกล้งต่างๆอย่างตีศีรษะ ดึงแขน ดึงขา ตามประสาของเด็ก และเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากการเรียกไอ้ไข่ ได้มาเป็น ตาไข่ เพื่อให้เด็กรุ่นหลังกราบไหว้ ขอพร และได้มีการสร้างรูปแกะสลักเป็นรูปของตาไข่ โดยช่างแกะสลัก ที่มีชื่อว่าตาเที่ยง ตาเที่ยงได้เล่าว่า ตนนั้นได้ฝันเห็นเด็กแก้ผ้า ยืนเปลือยกายข้างพระที่มีจีวรสีคล้ำๆ

และได้บอกกับต้นว่า ช่วยแกะรูปให้เราที เราจะได้มีที่อยู่เสียที แล้วตาเที่ยงถามว่าเจ้าเป็นใคร และได้ยินคำตอบมาว่า เราไอ้ไข่วัดเจดีย์ จึงได้รู้กันว่าเด็กวัดนั้น ชื่อไอ้ไข่ และรูปแกะสลักได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ  2523-2524 ได้แกะสลักเป็นรูปเด็กอายุ9-10 ขวบ ได้แกะสลักเป็นรูปใส่ชุดพรางทหารและสวมแว่นดำ และเป็นที่นับถือและศรัทธาของชาวบ้านทั้งบ้านใกล้บ้านไกล

อภินิหารไอ้ไข่วัดเจดีย์ 

ได้มีการลงคลิปว่า ตนกับหลานไว 6ขวบ และเพื่อนๆได้ไปกราบไหว้ตาไข่ เวลาประมาณ6โมงเย็นจะเดินทางกลับ อยู่ๆหลานชายของตนนั้นได้รำมโนราห์ ทั้งที่รำไม่เป็น ตนและเพื่อนๆได้บอกให้หยุดรำ ก็ไม่หยุด ตนเลยต้องไปจุดธูปบอกตาไข่ และบอกว่าตนมาดีและจะขอกลับบ้าน หลานชายจึงได้หยุดรำและยอมกลับบ้าน และได้เคยมีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงและชาวไทยเดินทางมาบนบานสานกล่าว ว่าถ้าเรื่องที่ตนขอนั้นสำเร็จ จะมาจุดประทัดให้ แปดล้านนัด และได้กลับไปเพียงสิบห้าวันก็ได้กลับมาทำการแก้บน แต่ไม่ได้บอกว่าขออารัยสำเร็จ

ของที่นำมาไหว้ หรือแก้บนไอ้ไข่วัดเจดีย์

สิ่งที่นิยมนำกันมากราบไหว้และแก้บนคงหนีไม่พ้น ประทัด และรูปปั้นไก่  นม ชุดทหารหรือเครื่องแบบราชการทุกชนิด ขนมงาตัด ถั่วตัด หนังสติ๊ก น้ำอัดลม และที่สำคัญชอบคนมีสัจจะ

เมื่อผ่านไปทางใต้ก็อย่าลืมแวะไปขอพร ไอ้ไข่ กันด้วยละ เผื่อจะได้เลขเด็ดกลับบ้านกันมา