น้ำป่าไหลหลากซัดฝายกั้นน้ำแตก

Published / by admin

น้ำป่าไหลหลากซัดฝายกั้นน้ำแตก สำหรับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในบ้านเราหลายพื้นที่ตอนนี้ยังคงเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้เราจะพาไปดูความเสียหายที่จังหวักระนองกันก่อนหลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ฝายกั้นน้ำล้นหมู่ที่2อำเภอเมืองจังหวัดระนอง

ถูกแรงดันของน้ำซัดจนทำให้ฝายแตกทำให้นี่กักเอาไว้ไหลลงสู่ทะเลหมดชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าฝายแห่งนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซมโดยผู้รับเหมาทิ้งงานจนต้องไปหาผู้รับเหมารายใหม่แล้วช่วงที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่ทำให้ปริมาณน้ำในฝายเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่จะต้องเปิดประตูระบายน้ำสองบานแต่ว่าในครั้งนี้ไม่มีคนมาเปิดจนกระทั่งทำให้น้ำซัดจนทำให้ฝายแตกเสียหาย ส่วนเรื่องของน้ำในฝายที่เป็นน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำปะปาก็คงไม่กระทบมากนักเพราะว่ายังมีแหล่งน้ำดิบในพื้นที่อีกหลายแห่ง

ขณะที่จังหวัดชุมพรฝนตกหนักติดต่อกันโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำตำบลช่องไม้แก้วอำเภอทุ่งตะโกปริมาณน้ำล้นสันฝายแล้วก็มีการไปกัดเซาะริมตลิ่งพังทลายส่งผลทำให้น้ำปริมาณมากหลากลงมาตามลำห้วยแล้วก็คลองทุ่งตะโกหลากเข้าท่วมพื้นที่ราชการ

โดยเฉพาะ สภ.ทุ่งตะโกที่อยู่ริมทางหลวงหมายเลข4รวมทั่งบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งขระนี้น้ำในพื้นที่ตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเต็มพื้นที่นายอำเภอทุ่งตะโกได้ส่งเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่เร็วเข้าไปสำตรวจความเสียหายของฝายพร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในขณะที่จังหวัดพัทลุงน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในอำเภอเมืองสีบรรพต ป่าบอน ควรขนุนและกงหราชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า1,000ครัวเรือนพื้นที่การเกษตรสวนยาพาราสวนปาล์มสวนผลไม้ถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า5,000ไร่

ส่วนที่อําเภอศรีนครินทร์น้ำป่าจากน้ำตกไหลเชี่ยวพัดเอาสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ริมคลองลอยไปกับน้ำแล้วไหลเข้าท่วมบ้านพักและโรงงานของนักร้องลุกทุ่งชื่อดัง คุณเอกชัย ศรีวิชัย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้รับความเสียหายแต่ว่าคุณเอกชัย ขับรถออกมาได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีความเสียหายจากน้ำป่าเทือกเขาบรรทัดที่พัดเอาต้นไม้ขนาดใหญ่ซัดบ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่4ที่จังหวัดตรังเสียหายไปสองหลังรวมไปถึงรถยนต์4/5คันรถจักรยานยนต์อีก10กว่าคันได้หายไปกับกระแสน้ำและมีผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ในบ้านหนึ่งคน

ชาวบ้านเล่าว่าน้ำป่าหลากเข้าท่วมประมาณตี1แต่รุนแรงมากที่สุดในช่วงตี3ซึ่งครั้งนี้หนักมากที่สุดเพราะว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมีทรัพย์สินเสียหายไปอีกเป็นจำนวนมากหลังเกิดเหตุหน่วยงานต่างๆได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

 

สนับสนุนโดย.   ufabet เว็บไหนดี

ตำนานยักษ์วัดแจ้งยักษ์วัดโพธิ์กรุงเทพฯ

Published / by admin

    ตำนานยักษ์วัดแจ้งยักษ์วัดโพธิ์     เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินหรืออาจจะเคยเดินทางไปเที่ยววัดเชตุพนวิมลมังคลารามซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของศิลปะความงดงามของสิ่งก่อสร้างภายในบริเวณวัดนอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของการนวดแผนโบราณอีกด้วยโดยวัดดังกล่าวนั้นผู้คนส่วนใหญ่จะมีการเรียกขานกันว่าวัดโพธิ์  ซึ่งวัดดังกล่าวนี้ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯนั่นเอง

       สำหรับในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของตำนานที่มีการสร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเป็นตำนานที่มีการเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นเกี่ยวกับวัดโพธิ์และรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ที่ยืนประจำอยู่ที่บริเวณประตูทางเข้าหน้าวัดโพธิ์แห่งนี้ว่ามีที่มาที่ไปและมีตำนานเกี่ยวกับยักษ์ตัวดังกล่าวนั้นอย่างไร อย่างไรก็ตามในตำนานนั้น  ไม่ได้กล่าวถึงเพียงแค่ยักษ์วัดโพธิ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมียักษ์อีก 1 ตนซึ่งเป็นคู่อริกันแต่ก็อยู่ประวัติใกล้เคียงกันนั่นก็คือยักษ์วัดแจ้งดีด้วย

        สำหรับตำนานนี้เริ่มต้นมาจาก  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารหรือวัดโพธิ์ท่าเตียนสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาและยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรีอีกด้วยด้วยหลายคนอาจจะเคยได้ยินตำนานการกำเนิดท่าเตียนกันมาบ้างแล้วว่าที่บริเวณท่าเตียนซึ่งเป็นพื้นที่โล่งเตียนนั้นเกิดจากการต่อสู้ระหว่างยักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งโดยมียักษ์วัดพระแก้วเป็นผู้ห้ามทัพ

         รายละเอียดตามตำนานนี้ล่ะว่ายักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งเป็นเพื่อนรักกันวันหนึ่งยักษ์วัดโพธิ์ไม่มีเงินจึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปขอยืมเงินจากยักษ์วัดแจ้งเมื่อถึงเวลาต้องคืนเงินยักษ์วัดโพธิ์กลับไม่ยอมจ่ายยักษ์วัดแจ้งก็เลยข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาทวงเงินคืนทำให้ทั้งสองคน

ทะเลาะและต่อสู้กันส่งผลให้ต้นไม้แถวนั้นถูกเหยียบย่ำจนล้มตายก่อนเลิกต่อสู้กันแล้วบริเวณนั้นก็ราบเรียบโล่งเตียนไปหมดเรื่องนี้รวมไปถึงพระอิศวรจึงได้ลงโทษยักษ์ทั้ง 2 ตน

          โดยการสาปให้กลายเป็นหินโทษทางต่อสู้กันทำให้มนุษย์และสัตว์ในบริเวณนั้นเดือดร้อนตัวยักษ์วัดโพธิ์ก็ต้องไปยืนเฝ้าหน้าพระอุโบสถของวัดโพธิ์ยักษ์วัดแจ้งก็ทำหน้าที่ยืนเฝ้าพระวิหารวัดแจ้งจนถึงปัจจุบันไม่ว่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวจะมีพื้นความจริงหรือไม่หรืออาจจะเป็นแค่เรื่องเล่าขานเขาว่ามาแต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งตำนานเรื่องเล่าช่วยเพิ่มเสน่ห์และมูลค่าให้กับสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นได้มากเรียกว่าอาจจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปซะด้วยซ้ำสำหรับการท่องเที่ยวในปัจจุบันเพราะหลากหลายเรื่องราวทั้งตำนานความรักเรื่องลึกลับก็ชวนให้เราอยากออกไปค้นหาและตามรอยดูสักครั้งจริงๆ 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

เล่าสัตว์ในตำนาน Kirin

Published / by admin

Kirin หรือที่คนจีนส่วนใหญ่นั้นเรียกก็คือฉีหลิน  เล่าสัตว์ในตำนาน Kirin  สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะโดดเด่นทั้งตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสังเกตให้ดีตรงบริเวณเท้าของสัตว์ชนิดนี้จะเป็นกลีบมีเรื่องเล่าในตำนานกล่าวถึงลักษณะท่าทางของสัตว์ชนิดนี้ว่าในส่วนหัวของสัตว์ชนิดนี้

นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับม้าหรือไม่ก็เป็นสิงโตส่วนรวมตัวนั้นจะมีลักษณะเหมือนกับตัวของกวางและเมื่อนำมาผสมผสานกันจึงมีชื่อเรียกว่าKirin นั่นเอง

       ว่ากันว่า Kirin นั้นมีความคล่องแคล่วว่องไวแต่มีนิสัยขี้อายและมีความอ่อนโยนเป็นอย่างมากที่สำคัญKirin จะมีพละกำลังมากมายมหาศาลเลยทีเดียวซึ่งตามตำนานของคนจีนนั้นมีการระบุว่าสัตว์ชนิดนี้จะปรากฏตัวขึ้นให้เห็นเมื่อไหร่แล้วก็แสดงว่าคนที่เห็นสัตว์ชนิดนี้กำลังจะเจอกับสิ่งมงคลเจอแต่เรื่องโชคดีนั่นเองอย่างไรก็ตามตามความเชื่อของคนจีนยังมีการพูดถึงKirin วาดสัตว์ชนิดนี้

คือสัตว์มงคลดังนั้นถ้าหากใครนับถือแล้วนำไปตั้งไว้บริเวณตัวบ้านอาจจะเป็นด้านหน้าของตัวบ้านหรือตามมุมต่างๆที่มีการดูฮวงจุ้ยเสร็จเรียบร้อยแล้วจะช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลและช่วยกรองสิ่งไม่ดีไม่ให้เข้ามาในตัวบ้านได้นั่นเอง

       สำหรับKirin เป็นสัตว์ที่เหนือจินตนาการว่ากันว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุมากกว่า 1000 ปีมาแล้วและเป็นสัตว์ที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือเนื่องจากว่าคนจีนนั้นค่อนข้างเคารพนับถือศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นตัวมังกรหรือแม้แต่เต่ารวมถึงหงส์และหนึ่งในนั้นก็มี Kirin ด้วยเช่นเดียวกัน 

   ว่ากันว่าสัตว์ในตำนานตัวนี้มีต้นกำเนิดมาจากธาตุทั้ง 5 คือดินน้ำไฟไม้และโลหะกิเลนของไทยมีความแตกต่างจากของจีนที่มีซองขาวและมีลายกนกกับเครื่องประดับตามตัวชาวไทยได้รู้จักกับกิเลนจีนมาอย่างยาวนานดังปรากฏในสมุดภาพสัตว์ป่าหิมพานต์หรือในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณีก็มีสัตว์ ที่เรียกว่าม้านิลมังกรตามจินตนาการของกวีเอกสุนทรภู่ที่ดูคล้ายกับกิเลนในขณะที่ญี่ปุ่น

         ความเชื่อเกี่ยวกับKirin นั้นได้มีการถ่ายทอดต่อต่อกันไปและมีการส่งต่อเรื่องราวของสัตว์มงคลชนิดไปถูกยังประเทศญี่ปุ่นผ่านตำนานของจีนรู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า Kirin มีสองเขาและมีขนแผงคอที่ปกคลุมด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ชาวเมืองญี่ปุ่นมักนำมาใช้เป็นตัวแทนของความดีส่วนใหญ่จะพบ Kirin ในงานศิลปหัตถกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงคุณธรรมและปัญญาในศาลเจ้าและวัดวาอารามทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว  

        

สนับสนุนโดย.   Gclub ฟรี 500

ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติแม่มด

Published / by admin

    ประวัติแม่มด     แม่มดมาจากไหน  ไม่ชัดเจนว่าเมื่อไหร่ที่แม่มดเข้ามาในฉากประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของแม่มดอยู่ในพระคัมภีร์ในหนังสือพระธรรมซามูเอลพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาเดิมน่าจะเขียนขึ้นระหว่าง 931 ถึง 721 ปีก่อนคริสตกาลเล่าเรื่องราวเมื่อกษัตริย์ซาอุแสวงหาแม่มดแห่งเอนเดอร์เพื่อเรียกวิญญาณของผู้เผยพระวจนะซามูเอลที่เสียชีวิตเพื่อช่วยให้เขาเอาชนะกองทัพฟิลิปปินส์ความคิดเรื่องแม่มดปรากฏขึ้นทีละน้อยทีละน้อยอย่างช้าๆศาสนาคริสต์เองก็มีความพยายามอย่างมากที่จะเอาชนะและเรียกว่าพวกนอกรีดได้กลับทำให้จำนวนแม่มดนั้นเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง  

       ไม้กวาดและตำราเวทมนต์ที่แม่มดต้องมี   ไม่มีที่มาที่แน่ชัดว่าหมวกแม่มดมาจากไหนแต่บางทฤษฎีหลักๆก็บอกว่าหมวกของแม่มดนั้นมีรากฐานมาจากการต่อต้านชาวยิวย้อนไปในปี 1215 สภาที่ 4 ของ ลานเดอลัน ซึ่งเป็นสภาที่เรียกประชุมโดยสมเด็จพระสันตะปาปา innocent ที่ 3 ในกรุงโรมกำหนดให้ชาวยิวต้องระบุตัวตนด้วยการสวม ยูเอ็นฮัด รูปทรงกรวย 

         ส่วนยุคกลางนั้นมักจะเชื่อมโยงชาวยิวกับซาตานและคุณลักษณะของชาวยิวในสายตาชาวยุโรปนั้นไม่ค่อยดีนักจึงเอาเข้าไปรวมกับผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าคนนอกรีดคนนอกศาสนาและพวกปีศาจ Nike 1431 ประมวลกฎหมายของฮังการีนั้นกำหนดให้ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเวทมนตร์ครั้งแรกต้องเดินท่ามกลางเพื่อนฝูงโดยสวมหมวกยูฮีที่มียอดแหลมอีกทฤษฎีบอกว่ามาจากการพบมัมมี่หญิง 3 คน

ที่มีอายุอยู่ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 4-2 ก่อนคริสต์ศักราชที่เมืองซูบิชิสาบสูญในประเทศจีนซึ่งทั้ง 3 ถูกกล่าวหาว่าฝึกเวทมนต์จบถูกพบสวมหมวกขนสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายกับหมวกของแม่มดแบบดั้งเดิมทำมาจากผ้าสักหลาดสีดำส่วนยอดแหลมจะเร็วสูงเกือบ 60 เซนติเมตร

      ไม้กวาดมีรากฐานมาจากพิธีกรรมแบบนอกรีตซึ่งชาวนาในชนบทจะกระโดดโลดเต้นไปพร้อมไม้กวาดท่ามกลางแสงเดือนเพ็ญเพื่อกระตุ้นการเติบโตของพืชผลไม้กวาดของพวกเขานั้นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิงและความเป็นคนบ้านนอกตําราไสยเวทย์ของแม่มดรู้จักกันในนาม Grimoire ตัวหนังสือรวมสูตรยาวิเศษวิธีสร้างเครื่องรางของขลัง

รวมไปถึงวิธีการร่ายเวทมนต์การทำเสน่ห์การทำนายทายทักและการเรียกหรือเชิญสิ่งเหนือธรรมชาติ มาเพื่อเรียกใช้งานซึ่งในสมัยโบราณใช้คำว่ากรีมัวร์ในการเรียกหนังสือทุกเล่มที่แต่งเป็นภาษาละตินแต่ในฝรั่งเศสราวศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมาก็เริ่มใช้ในความหมายที่เกี่ยวกับหนังสือเวทย์มนต์และได้ใช้ในความหมายนี้ตลอดมา 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ไขความลับลึก

Published / by admin

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา มีเรื่องราวอันน่าพิศวงมากมายเกี่ยวกับการหายไปของเรือและเครื่องบินจำนวนมาก ใน Bermuda triangle หรือสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา สถานนี่แห่งนี้เป็นพื้นที่สามเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก  มันตั้งอยู่ระหว่างฟลอริดา,ปอร์โตริโกและเบอร์มิวดา

นี่คือสถานที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องปรากฏการณ์ลึกลับเรือเครื่องบินจำนวนมาก หายไปในสถานสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า (สามเหลี่ยมปีศาจ) ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ เรือและเครื่องบินหลายลำหายไปอย่างไร้ร่องรอย

มีหลายทฤษฎีดีเกี่ยวกับการหายไปที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ เช่นการหายไปของเครื่องบิน เกิดจากมนุษย์ต่างดาว UFO หรือแม้กระทั่งเรือที่อับปางลง สาเหตุเป็นเพราะสัตว์ทะเลลึกลับ

แต่นั้นเป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้นเอง จุดเริ่มต้นของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอันพิศวงนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 1945 เมื่อเครื่งบินทิ้งระเบิดตอร์ปิโดสัญชาติอเมริกัน จำนวน 5 ลำ หายไอย่างไร้ร่องรอย ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานี้ ซึ่งหลงจากเหตุการณ์นั้น ในปัจจุบันเครื่องบินจำนวน 75 ลำและเรืออีกหลายร้อยลำ สูญหายไปในสามเหลี่ยมแห่งนี้ การหายไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นใน 1 ตุลาคม 2015

เมื่อเรือบรรทุกสินค้า El Faro หายในสามเหลี่ยมนี้ เรือขนส่งของประเทศอเมริกาที่เดินทางจากฟลอริดาไปยังเปอร์โตริโกซึ่งหายไปจากจอเรดาร์อย่างไร้ร่องรอย หลังจากนั้นได้มีรายงานว่า พบการปะทุของภูเขาไฟที่ใต้ผิวของมหาสมุทรแห่งนี้ในการปะทุครั้งนี้เป็นสาเหตุอับปางของเรือดังกล่าวหรือไม่ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในวันที่ 20 มิถุนายน 2005 มีอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเรื่องบิน Piper PA ได้หายไปสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

ซึ่งคนสูญหายทั้งหมดสามคน และยังมีอีกเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงคริสต์มาส ในปี1965 เมื่อนาย Burrack เจ้าของโรงแรมชื่อดังในไมอามี่นั่งสปีดโบ๊ทสุดหรูไปตามชายฝั่งทะเลไมอามี่พร้อมกับพ่อของเขาและหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ยามชายฝั่งรับโทรศัพท์เพื่อความช่วยเหลือจากนาย Burrack ที่อ้างว่าเรือของเขาถูกกระแทกจากวัตถุบางอย่างใต้ท้องเรือ

เมื่อยามชายฝั่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุ พวกเขากลับไม่พบเรือ ไม่พบนาย Burrack และพ่อของเขา นายBurack และพ่อของเขานั้นหายตัวไปและไม่มีใครพบเห็นทั้งสองอีกเลย เรื่องราวของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดายังคงความลึกลับมานานนับทศวรรษ แต่ในปัจจุบันสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้ถูกไขปริศนาความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นแล้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโคโลราโด

จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำภาพถ่ายของสภาพอากาศของทางดาวเทียวมาวิเคราะห์และพบกับกลุ่มเมฆรูปหกเหลี่ยมเหนือสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ดูผิดปกติไปจากกลุ่มเมฆทั่วๆไป นักอุตุนิยมวิทยาเชื่อว่า กลุ่มเมฆเหล่านี้ คือเมฆระเบิด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่านี่เป็นสาเหตุหลักของการระเบิดที่ร้ายแรงของอากาศ ที่ส่งผลทำให้เกิดพายุที่มีความเร็วลมถึง 170 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 274 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ซึ่งลมพายุที่มีความรุนแรงขนาดนี้สามารถสร้างคลื่นที่มีความสูงได้มากกว่า 45 ฟุต ไม่มีเรือลำไหนสามารถรอดไปจากคลื่นยักษ์นี้ได้ ไม่มีเครื่องบนลำไหนสามารถรอดไปจากพายุที่มีความเร็วลงถึง 274กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปได้อย่างไรก็ตามการตัดสินด้วยภาพดาวเทียมนั้นไม่สามรถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซนต์ว่า นี่คือสาเหตุหลักในการหลักในการหายไปของเรือและเครื่องบินทั้งหมด

จากการนำเสนอทฤษฎีเมฆระเบิดออกไปได้มีแรงผลักดัน ให้เกิดการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพอากาสบริเวณสาเหลี่ยมเบอร์มิวดา ซึ่งในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกก็ยังคงหาสาเหตุที่แท้จริงขิงความลึกลับนพื้นที่อันโด่งดังขิงโลกที่ชื่อว่า “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา”

 

สนับสนุนโดย.    ufa สล็อตแตกบ่อย

จักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศส

Published / by admin

จักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศส  จักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16  16 สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ยุคคือจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสที่ 1 ปี 1534 ถึง 1814 และจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสที่ 2 ปี 1830 ถึง 1980 ซึ่งในยุคที่ 2 นั้นมีความยิ่งใหญ่กว่ายุคแรกในแง่ของพื้นที่จักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 2 เคยมีอาณาเขตสูงสุดถึง 12.3 ล้านตารางกิโลเมตร

และประชากรในจักรวรรดิกว่า 11 2.9 ล้านคนภายในจักรวรรดิฝรั่งเศสประกอบไปด้วยอาณานิคมโพ้นทะเลในอารักขาและบริเวณต่างๆที่อยู่ภายใต้รัฐบาลณกรุงปารีสพื้นที่ส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกาแถบแคริบเบียนอเมริกาเหนือและใต้รวมถึงบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

      จักรวรรดิฝรั่งเศสเสื่อมอำนาจลงจากการทำสงครามกับประเทศในอาณานิคมเวียดนามปี 1955 และแอลจีเรียปี 1962 นำมาสู่การเริ่มประกาศเอกราชของชาติต่างๆภายใต้อาณานิคมโดยมีวานูอาตู เป็นประเทศสุดท้ายที่ได้รับอิสรภาพในปี 1980 ของจักรวรรดิ 

     จักรวรรดิจีน

        ยุคราชวงศ์ชิงราชวงศ์ชิงเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองประเทศจีนด้วยระบอบกษัตริย์ก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติขึ้นราชวงศ์ชิงไม่ได้ก่อตั้งโดยชาวฮั่นที่เป็นชนหมู่มากของประเทศแต่เป็นชาวแมนจูชนกลุ่มน้อยร่อนเท่านั้นเพื่อชาวแมนจูเผ่า newgen อาศัยช่วงที่ราชวงศ์หมิงและเสถียรภาพจัดตั้งกองทัพแปดกองธงที่มีหลากหลายชนเผ่านำโดยหวังไท่จี๋ขับไล่กองทัพ ของราชวงศ์หมิงไปได้สำเร็จและขึ้นเป็นกษัตริย์ในภายหลัง

       สำหรับในสมัยของจักรพรรดิคังซี  รวมถึงจักรพรรดิยงเจิ้งและจักรพรรดิเฉียนหลงเป็นยุครุ่งเรืองของราชวงศ์ชิงที่บ้านเมืองสงบสุขมากกว่าร้อยปีก่อนที่ราชวงศ์ชิงจะเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยจากความล้มเหลวในการปกครองประเทศการฉ้อราษฎร์บังหลวงของคุณนางรวมถึงการแพ้สงครามฝิ่น

ถึง 2 ครั้งกับอังกฤษจนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากทำให้ราชวงศ์ชิงเริ่มถูกประชาชนต่อต้านมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงที่สุดระบอบกษัตริย์ของจีนก็ล่มสลายจากปฏิวัติซินไฮ่ที่นำโดยซุนยัดเซ็นยุติการปกครองจีนไว้ที่ 276 ปีครั้งหนึ่งราชวงศ์ชิงเคยมีอาณาเขตกว้างขวางถึง 13.1 ล้านตารางกิโลเมตรและประชากรกว่า 381 ล้านคนที่คิดเป็นกว่า 1 ใน 3 ของประชากรโลกในยุคนั้น 

จักรวรรดิจีนยุคราชวงศ์หยวน 

   จักรวรรดิจีนในยุคราชวงศ์หยวนมีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยพื้นที่ถึง 14 ล้านตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็นร้อยละ 9.4 ของพื้นที่โลกทั้งหมดราชวงศ์หยวนขึ้นปกครองจีนเมื่อปี 1268 ก่อตั้งโดยผู้นำเผ่ามองโกล ที่โค่นอำนาจของราชวงศ์ซ่งลงได้สำเร็จและขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ราชวงศ์หยวนปกครองจักรวรรดิจีนอยู่ได้ 97 ปี

ก่อนที่จะถูกจูหยวนจางโค่นล้มก่อนที่จะสถาปนาราชวงศ์หมิงและตั้งตนเป็นจักรพรรดิผงอู่ในภายหลังในยุคของราชวงศ์หยวนได้เกิดการเริ่มทำธนบัตรขึ้นเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนและชื่อราชวงศ์ ยังเป็นที่มาของชื่อสกุลเงินหยวนของจีนอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet บาคาร่า

ตำนานนางเงือกของกรีกโรมัน

Published / by admin

       นางเงือกของกรีกโรมัน    มีเรื่องราวเกี่ยวกับนางเงือกในหลายตำนานของกรีกเรื่องเล่าของเทพโพไซดอนเทพเจ้าแห่งท้องทะเลผู้มีร่างเป็นคนและหางเป็นปลา  และมีอาวุธเป็นตรีสูรย์ ใช้เรียกลมพายุในทะเลได้   อีกเรื่องคือชายหนุ่มก็หนึ่ง ดีดพิณได้ไพเราะมากเขาจะไปนั่งดีดพิณที่โขดหินข้างชายหาดเป็นประจำทำให้มี นางเงือกมานั่งฟังเขาเล่นพิณทุกวัน  เมื่อเขาเล่นจบนางเงือกทั้งหมดก็จะว่ายน้ำหายไป 

           แต่ว่าหนึ่งชายคนดังกล่าวก็จับผมของนางเงือกตรึงไว้และพาเธอกลับบ้านไปด้วยจนทั้งสองมีลูกกันแต่นางเงือกไม่ยอมพูดและมีสีหน้าเจ้าของเขาจึงขู่ว่าถ้าไม่ยอมพูดจะเอาลูกโยนลงกองไฟนางเงือกก็ร้องไห้และพูดกับเขาว่าเขาเป็นคนใจร้ายก็จะแย่งลูกจากผู้ชายหนุ่มและกระโดดเข้ากองไฟไปพร้อมกับลูกของเธอหลังจากนั้นนางเงือกก็เลยไม่ปรากฏที่มนุษย์เห็นอีกเลย

          อีกเรื่องของเรื่องของเงือกคนแรกตำนานเกี่ยวกับนางเงือกก็คือ ตามตำนานของซีเรีย อิรัก เลบานอน กรีก โรมัน คือ Atargatis นางตกหลุมรักชายที่เป็นมนุษย์หรืออยากเป็นมนุษย์เหมือนกันเพื่อที่จะได้รักกับเขาได้เลยจำแลงกายเป็นคนเพื่อไปรักกับชายคนนั้นซึ่งเป็นการทำผิดกฎสวรรค์ทำให้ถูกลงโทษโดนสาปให้เป็นปลา   แต่พระนางมีบุญสูงคำสาปจึงทำงานแค่ครึ่งเดียวทำให้ร่างกายท่อนบนเป็นคนและท่อนล่างเป็นปลา

           อีกเรื่องคือเรื่องของไซเรนในปกรณัมย์ ของกรีกมีการกล่าวถึงไซเรนซึ่งมีลักษณะคล้ายเงือกเอาไว้ด้วยแต่ไซเรน นั้นเป็นสัตว์ผสม 3 อย่างได้แก่เหงือก   ปลาและนก  

โดยมีตำนานพูดถึงด้วยว่าหากที่ได้เจอกับไซเรน และสามารถที่จะทนฟังเสียงร้องของไซเรนได้จะสามารถปราบนางได้แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ได้ฟังเสียงของนางมักจะมีสติที่ผิดเพี้ยนไปได้เรื่อยเรื่อย   ไซเรนมักจะชอบล่อลวงกะลาสีเรือทำให้เรืออับปางลง นอกจากนี้ยังมีนิทานพื้นบ้านของโรมันเชื่อกันว่าในสงครามกรุงทรอยเสร็จมาจากซากเรือรบที่พังทลายนั้นได้กลายสภาพมาเป็นเลือดเนื้อของชาวเงือก 

         จากตำนานที่มีการเล่าขานกันมามากมายนี้ ทำให้เราอาจจะสามารถคิดได้ว่า ในสมัยโบราณนั้นบนโลกมนุษย์นี้ อาจจะมีนางเงือกอาศัยอยู่จริงจริงก็เป็นไปได้ เพราะหากว่าไม่มีนางเงือกเกิดขึ้นมาจริงจริง คนไม่มีตำนานเล่าขานต่อต่อกันมานับพันปีแบบนี้อย่างแน่นอน และตำนานเกี่ยวกับนางเงือกก็ไม่ได้มีแค่ที่กรีกที่เดียวเท่านั้น เพราะหลายประเทศทั่วโลกก็มีตำนานเกี่ยวกับนางเงือกเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

ประวัติเพชร Kohinoor Diamond สุดยอดอัญมณีล้ำค่า

Published / by admin

        Kohinoor Diamond ที่เป็นสมบัติของราชวงศ์มันวะในชมพูทวีปยุโรปราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 14 เชื่อว่าเดิมทีเพชร Kohinoor Diamond เป็นเพียงพลอยประดับอยู่ที่เทวรูปพระกฤษณะก่อนที่จะถูกโจรกรรมและขายผ่านมือมาจนตกเป็นของราชวงศ์มันวะในที่สุดเพชรเป็นอัญมณีที่พิเศษกว่าอัญมณีอื่นๆเนื่องจากบรรดากษัตริย์ผู้มีอำนาจต่างเชื่อกันว่าเป็นเพชร Kohinoor Diamond จะช่วยเสริมบารมีให้แก่ผู้ที่ได้ครอบครองได้

          ในขณะเดียวกันเจ้าของก็มีพันธะที่จะต้องรักษาอำนาจบารมีที่ได้มาให้ตนเองสมกับเป็นผู้ที่ควรจะได้ครอบครองเพชรเม็ดนี้ต่อไปด้วยมิฉะนั้นแล้ว Kohinoor Diamond จะหาทางนำพาตนเองไปสู่มือของผู้ที่ควรกว่าไม่ช้าก็เร็ว Kohinoor Diamond เป็นสมบัติสำคัญสืบทอดอยู่ในราชวงศ์มันวะจนกระทั่งชาวมุสลิมจากตะวันตกเฉียงเหนือสามารถบุกเข้ามาเอาชนะบรรดาเจ้าผู้ครองแคว้นเดิมและสถาปนาราชราชวงศ์โมกุลปกครองอาณาเขต

          เพชรKohinoor Diamond จึงตกเป็นของจักรพรรดิบาบูของราชวงศ์โมกุลจากนั้นก็ถูกส่งต่อเป็นทอดๆในฐานะสมบัติของราชวงศ์ไปจนถึงฌานผู้สร้างทัชมาฮาลเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่

         จนมาถึงในช่วงที่ราชวงศ์โมกุลเริ่มเสื่อมอำนาจลงเราไป 1739 กษัตริย์นาดีชายแห่งเปอร์เซียก็ลูกหลานเข้ามาในชมพูทวีปอำนาจเดิมลงและปล้นสะดมสมบัติในคลังไปมากมายมหาศาลรวมทั้งเพชร Kohinoor Diamond  เอาไว้ด้วย   อย่างไรก็ตามอีกเพียง 8 ปีถัดมากษัตริย์ monica ก็ถูกลอบปลงพระชนม์รัชทายาทของนายเดชารับสืบทอดเพชรประจำราชวงศ์

           ต่อมาจนถึงสมัยของพระเจ้าชู้ชัชวาลย์ซึ่งก็เกิดความวุ่นวายขึ้นในราชสำนักเปอร์เซียพระองค์กับพระชายา จนต้องลี้ภัยไปอินเดียทำให้เพชร Kohinoor Diamond  ได้ผลัดแผ่นดินเกิดอีกครั้ง  ขณะนั้นกษัตริย์ของอินเดียคือพระเจ้ารณชิตสิงห์มาทรงได้ยินเรื่องราวของ  Kohinoor Diamond ก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เพชรนั้นมา

         จนในที่สุดก็ทรงได้ Kohinoor Diamond มาสมดังพระประสงค์ในปี 1853 และส่งสั่งให้ช่างฝีมือนำไปเจียระไนประดับกำไลข้อมือเพื่อสวมติดพระองค์ตลอดเวลาหลังจากพระเจ้ารณชิตสิงห์สิ้นพระชนม์ลงโลกจึงเข้าสู่ช่วงจักรวรรดินิยม อินเดียเองก็หนีไม่พ้นต้องเสียเอกราชให้แก่อังกฤษและจำต้องส่งมอบ Kohinoor Diamond ให้เป็นเครื่องราชบรรณาการมาถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียปี 1850 ซึ่งมหาจักรพรรดิ์แห่งสหราชอาณาจักรได้โปรดให้นำเพชรเม็ดงามขึ้นปรับมงกุฎมงกุฎดังกล่าวได้รับการเก็บรักษาไว้ที่ Tower of London จนถึงทุกวันนี้ 

       สำหรับใครที่อยากชมความสวยงามของอัญมณีดังกล่าวนั้น คงจะหาดูได้จากอินเตอร์เน็ตเพียงเท่านั้นเพราะเพชรเม็ดนี้มีการเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี และไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ชมความงาม

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร บาคาร่า ufabet

มหาพีระมิดแห่งกีซา

Published / by admin

   มหาพีระมิดของกษัตริย์ครูฟูตั้งอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำตะวันตกของแม่น้ำไนล์ในประเทศอียิปต์โดยมหาพีระมิดแห่งนี้นั้นมีอายุประมาณ 2690 ปีก่อนคริสตกาลหรืออาจจะกล่าวได้ว่าอาจจะมีความเก่าแก่มากกว่านั้นก็ได้  สำหรับมหาพีระมิดแห่งกีซาแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์เพียงอย่างเดียวที่เก่าแก่ที่สุดและสภาพยังคงมีความสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบันนี้

       สำหรับมหาพีระมิดแห่งกีซาแห่งนี้นั้นว่ากันว่าใช้สำหรับเป็นที่เก็บรักษาพระศพฟาโรห์คูฟูซึ่งมีการสร้างขึ้นด้วยก้อนหินคอนไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมประกอบกันมากกว่า 2.3 ล้านก็เลยทีเดียวว่ากันว่าตามประวัติความเป็นมาของการสร้างพีระมิดแห่งกีซาแห่งนี้นั้นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างค่อนข้างยาวนานมากโดยว่ากันว่ากว่าจะสร้างเสร็จนั้นก็เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีกันเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังต้องสูญเสียผู้คนต้องใช้แรงงานในการก่อสร้างพีระมิดในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนอีกด้วย

       สำหรับในปัจจุบันนี้มหาพีระมิดแห่งกีซาแห่งนี้นั้นยังคงเป็นปริศนาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าในยุคสมัยโบราณนั้นมีการสร้างพีระมิดที่มีความสวยงามและรูปแบบใหญ่โตนี้ได้อย่างไร

เพราะจะเห็นได้ว่าการสร้างพีระมิดนั้นจะต้องใช้หินแต่ละก้อนซึ่งถ้าดูจริงๆแล้วหินแต่ละก้อนนั้นมีน้ำหนักหลายตันเลยทีเดียวเพราะเห็นในการสร้างพีระมิดนั้นมีขนาดหลายไซส์ด้วยกันทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ซึ่งขนาดใหญ่ที่สุดนั้นมีน้ำหนักมากถึง 200 เมตริกตันหรือถ้าหากเทียบเท่าแล้วก็เท่ากับเรือไททานิค 1 ลำเลยทีเดียว

         แน่นอนว่าถ้าหากว่าใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันนี้เราสามารถสร้างพีระมิดใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานเท่านั้นแล้วก็สร้างได้ขนาดใหญ่โตมโหฬารเท่าไหร่ก็ได้แต่ในสมัยโบราณนั้นที่ยังไม่มีอุปกรณ์ต่างๆที่จะสามารถใช้ในการก่อสร้างได้มากมายแบบนี้ทำให้หลายคนนั้นเกิดความสงสัยว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนกันแน่หรือเทคโนโลยีแบบไหนกันแน่ที่สามารถสร้างมหาพีระมิดแหย่ยิ่งใหญ่มหาศาลแบบนี้ได้

       อย่างไรก็ตามมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่สามารถบอกเราได้ว่าการสร้างมหาพีระมิดนี้มีการใช้แรงงานคนในการขนย้ายก้อนหินโดยใช้เป็นวิธีของการลากแล้วเอาก้อนหินนั้นวางไว้บนแคร่ไม้นอกจากนี้ยังใช้น้ำในการลดรถลากเพื่อลดแรงเสียดทานอีกด้วยซึ่งวิธีการนี้ได้มีการแกะสลักเอาไว้อยู่บนฝาผนังของหินในพระมหาพีระมิดนั้นเอง

          แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการบอกเล่าเรื่องราวถึงวิธีการก่อสร้างของมหาวิทยาลัยกีซาเอาไว้แต่มันก็ไม่สามารถละเอียดและทำให้เรารู้ได้ว่าทำไมพีระมิดที่มีความสูงเทียบเท่ากับตึก 40 ชั้นนั้นสามารถสร้างได้ทั้งที่ไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยหรือไม่มีเครื่องปั้นจั่นที่จะใช้ยกหินได้เลยซึ่งเรื่องนี้นั้นยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ 

 

สนับสนุนโดย.   ufa สล็อตแตกบ่อย

National Museum of Nature and Science แห่งอุเอโนะ

Published / by admin

สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นต่างก็นิยมเดินทางไปเที่ยวเป็นอย่างมากและไม่ใช่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

เพราะประเทศอื่นๆทั้งในแถบทวีปยุโรปรวมถึงเอเชียอีกหลายประเทศนั้นต่างก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นที่มีความสวยงามด้านธรรมชาติและศิลปะวัฒนธรรมต่างๆซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากประเทศอื่น

          อย่างไรก็ตามที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ยอดนิยมของคนที่ชื่นชอบความสวยงามของศิลปะการถ่ายรูปซึ่งแน่นอนว่าสถานที่ดังกล่าวก็คือพิพิธภัณฑ์นั่นเองโดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้เป็นสถานที่ที่มีชื่อว่า National Museum of Nature and Science แห่งอุเอโนะ  

      ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และปัจจุบันทางธรรมชาติที่น่าสนใจของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมากโดยนักท่องเที่ยวที่เป็นเด็กๆนั้นจะชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับตัวผลิตภัณฑ์สารใดมีการก่อสร้างเอาไว้ได้มีความสวยงามโดดเด่นเพราะเป็นการนำผสมผสานกันระหว่างตะวันตกในประเทศญี่ปุ่นเข้าด้วยกันสร้างเป็นรูปร่างตัวประสาทขึ้นมาที่มีความสวยงามเรียบหรูดูแพง

       แน่นอนว่าเมื่อเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นเรียกได้ว่าแทบจะสะกดทุกสายตาของคนเลยก็ว่าได้

พราะด้านในนั้นมีการประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงามซึ่งจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆมากมายมีทั้งโซนที่เป็นการละเล่นของประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะและยังเป็นโซนที่เป็นกะหรี่ของพวก Global โดยตรงซึ่งจะแยกแตกต่างกันออกไปซึ่งภายในบรรจุภัณฑ์นั้นจะมีการจำลองสัตว์ต่างๆเอาไว้มากมายเต็มไปหมดและเป็นหุ่นจำลองที่มีความเสมือนจริงเป็นอย่างมาก 

       ส่วนที่เป็น Japan แกลอรี่นั้นบอกได้เลยว่าคุณจะพบกับเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่หาได้ในประเทศญี่ปุ่นหรืออาจจะกล่าวได้ว่าที่นี่จะมีการจำลองต้นกำเนิดของสัตว์ต่างๆนอกจากนี้ยังมีการจัดไฟจัดบรรยากาศให้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนั้นเพลินเหมือนกับอยู่ในยุคของป่าดงดิบสมัยโบราณกันเลยทีเดียว

      ส่วนโซนที่เป็น Global Gallery นั้นก็ไม่แตกต่างกันเพราะส่วนนี้ก็จะมีการจำลองสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ประเภทสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วมาไว้ที่โซนแห่งนี้ซึ่งสามารถที่จะให้สัตว์ต่างๆที่มีการจำลองขึ้นมานั้นมีชีวิตเหมือนจริงเลยก็ว่าได้เรียกได้ว่ามาที่นี่นั้นรับรองว่าจะต้องถูกใจ

บรรดาเด็กๆหรือบรรดาผู้ใหญ่เป็นอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นจะมีการเรียกเก็บค่าเข้าชมและจะเปิดให้นักท่องเที่ยวนั้นเข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่ 09:00 น เป็นต้นไปพร้อมกับปิดบริการในช่วงเวลา 17:00 น 

 

สนับสนุนโดย.   gclub ผ่านเว็บ