มนุษย์กับการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม

Published / by admin

ศิลปวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์สามารถสร้างสรรค์และกลายเป็นสิ่งใดได้บ้าง บางทีสิ่งเหล่านี้อาจเรียกว่าเป็นศิลปะ  เพราะสิ่งที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้ มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว โดยที่เราไม่รู้ตัว มนุษย์สร้างสรรค์ผลงานศิลปวัฒนธรรมอะไรขึ้นมาบ้าง เราไปดูกันเลย

  1. ขนบประเพณี ความเชื่อทางศาสนา และความเชื่ออื่นๆ

คนไทยจะนับถือและยึดมั่นในศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ เชื่อมั่นว่าปฏิบัติตามแล้วดี ดังที่ว่า ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็มักจะได้สิ่งที่ไม่ดีตอบแทน มนุษย์ผูกพันกับขนบประเพณีที่แตกต่างกัน  ถือมั่นปฏิบัติตนตามที่เชื่อ และบางครั้งก็มีการทำพิธีกรรม ซึ่งแน่นอนว่ามักจะไม่เหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นยังมีความเชื่อถือเกี่ยวกับโชค  และโหราศาสตร์

  1. สร้างสรรค์ภาษา และวรรณกรรม

มนุษย์มีภาษาพูดที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นคนไทยเอง ก็ยังมีคนถึง 4 ภาค มีภาษาไทยเหนือ ภาษาไทยใต้ ภาษาไทยอีสาน และภาษาไทยกลาง ผู้ที่มีเชื้อชาติต่างกัน หรือแม้แต่ในชาติเดียวกกัน ก็จะมีอักษรหรือภาษาเขียนที่นิยมใช้เป็นของท้องถิ่นเอง หรือเป็นของประเทศตนเอง

ในส่วนของทางด้านวรรณกรรม ยกตัวอย่างเช่นในภาคอีสาน ก็จะวรรณกรรมทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่ วรรณกรรมมุขปาฐะใช้วาจาสืบทอดหรือเล่าต่อกันมา และวรรณกรรมแบบลายลักษณ์อักษร

  1. การสร้างสรรค์ศิลปกรรม และโบราณคดีวิทยา

ศิลปกรรม และโบราณคดีวิทยาเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น เพื่อความงดงามหรือเพื่อคุณประโยชน์ในการใช้สอย รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่ทำขึ้นจากความศรัทธาของคนบางกลุ่ม 

 – ศิลปกรรม เป็นงานที่มนุษย์ทำขึ้นอย่างตั้งใจผ่านกรรมวิธีคิดและใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อให้เกิดความสวยงาม เพื่อเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงจิตใจ รวมทั้งเพื่อการใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ศิลปหัตถกรรม

 – โบราณคดีวิทยา ที่เราจะเห็นกันได้แก่ โบราณสถาน วัตถุโบราณ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกรมศิลปากรได้จดทะเบียนเอาไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการทุบทำลาย หรือการบูรณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะทำให้ความเก่าแก่ ล้ำค่า และหายากนี้ หายไป 

  1. การละเล่น ดนตรี รวมทั้งนาฏสิลป์

การละเล่น เป็นกิจกรรมที่ผู้คนนั้นได้ออกมาแสดงความสร้างสรรค์ จินตนาการที่มีอยู่ในตัวเอง โดยสร้างออกมาเป็น เพลงพื้นเมือง การจัดทำเสียงที่ประกอบกันเป็นท่วงทำนอง โดยเกิดขึ้นมาจากการร้องเพลง และเครื่องดนตรี ส่งผลไปสู่การทำท่าทางที่สวยงาม มีการการเคลื่อนไหวต่างๆ ของร่างกายให้เข้ากับจังหวะดนตรี ที่เราเรียกกันว่า การฟ้อนรำ ทำให้เกิดความเบิกบานทางจิตใจ เป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต และในที่สุดก็กลายเป็นแบบแผนวิชาให้เราได้ศึกษาเล่าเรียน

คงเป็นดังคำที่ว่า “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ศิลปวัฒนธรรมอยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน และมีมนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมาอยู่เสมอ  

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

ตำนานชายผู้อายุ 501 ปี

Published / by admin

มีชายหนุ่มคนหนึ่งอาศัยอยู่ณหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางชนบทเข้านั้นเป็นคนที่ชอบดื่มเหล้ามากถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะกินทันทีด้วยเข้านั้นแทบที่จะไม่ทำงานเลยสักนิดปล่อยให้ครอบครัวนั้นต้องทำงานกันเองตัวเองก็แค่ผ่านเงินไปกับการซื้อเหล้ามากินเท่านั้นไม่เคยคิดที่จะช่วยงานคนในบ้านเลยมีอยู่วันนึงที่เขานั้นกำลังจะตาย

เขาจึงได้เรียกลูกและภรรยาของเขามาและบอกให้ทั้งสองนั้นนำเหล้าไปใส่ในโรงด้วยหากเขาตายและในวันนั้นเองเขาก็ได้เสียชีวิตลง เหล่าลูกและภรรยาก็ทำตามที่คุณพ่อได้สั่งเสียงเอาไว้ใจกันนำเหล้าไปใส่ไว้ประมาณ 2 ขวดตอนนั้นเองเป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มที่มัวแต่กินเหล้านั้น

ลงไปอยู่นรก ยมทูต ได้ถามว่าเขาตายเนื่องจากอะไรเขาก็ตอบว่าเนื่องจากเขากินเหล้าเยอะไปทำให้สุขภาพของเขาไม่แข็งแรงอายุเพียงแค่ 50 ปีก็ตายแล้วหลังจากนั้นยมบาลจึงบอกว่าเข้านั้นอยากลองชิมรสชาติของเหล้าดูเพราะว่าเขาเห็นว่าคนส่วนใหญ่นั้นก็ตายเพราะว่ากินเหล้าเยอะกันจนเกินไปเขาจะอยากรู้ว่า ชาติของเรานั้นมันอร่อยมากขนาดนั้นเลยงั้นหรือชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าเขานั้น

ได้เอาเหล้ามาด้วยเขาจึงบอกกับยมทูต ว่าเขานั้นเอาเหล้ามาด้วยเขาจะแบ่งเล่าให้ ยมทูตได้ลองชิม 1 ขวดเมื่อยมทูตได้ลองกินแล้วนั้นเขาก็รู้ว่ามันอร่อยมากขนาดไหนไม่นานนักอย่ามาโทษและชายหนุ่มก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากในเมืองนรกมีอยู่วันหนึ่งที่ยมทูตบอกว่าเขานั้นจะให้สิ่งที่ชายหนุ่มขอ 1 อย่างโดยจะเป็นอะไรก็ได้ชายหนุ่มจึงบอกว่าเขานั้นอยากมีชีวิตอยู่อีก 1 ปีอยากเห็นลูกบวชจึงตอบตกลง

แต่ด้วยความเมามายอย่ามาโทษจึงลืม ลบเลข 0 ที่ต่อหลังจาก 50 แต่ดันใส่เลขหนึ่งหลังจากสูญไปรวมเป็น 50 1 ปีซึ่งสมุดที่ ยมทูตเขียนนั้นคือสมุดอายุขัยของชายหนุ่มคนนั้นนั่นจึงทำให้เขานั้นกลับมาฟื้นอีกครั้งจนสุดท้ายนั้นเขาก็สามารถที่จะดูลูกบวชได้แต่เนื่องจากเข้านั้นอายุ 501 ปี นั่นจึงทำให้เขานั้นต้องทนเห็นคนอื่นๆตายไปก่อนเขาสิ่งเดียวที่เขาทำได้นั่นก็คือรอวันตายเราจะต้องรอมากถึง 501 ปีกว่าเขาจะตาย  

   และนี่ก็คือตำนานของชายผู้อายุ 501 ปี ซึ่งเป็นตำนานที่มีการเล่าจากคนแก่ให้ลูกหลานฟัง เป็นตำนานที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ตำนานเรือนจำผีสิงที่รัฐเวอร์จิเนีย

Published / by admin

       ที่รัฐเวอร์จิเนียมีสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งก่อสร้างที่มีความสวยงามมากมายโดยลักษณะของสิ่งก่อสร้างของที่นี่นั้นจะมีการสร้างคล้ายๆกับประสาทในสถานที่ต่างๆส่วนใหญ่นั้นก็จะมีลักษณะความคล้ายคลึงกันซึ่งแนวความคิดในการสร้างอาคารของที่นี่จะเน้นในรูปทรงของประสาทโกธิค

อย่างไรก็ตามยังมีเรือนจำแห่งหนึ่งซึ่งมองด้านนอกแล้วเป็นเรือนจำที่มีความสวยงามเหมือนกับนักโทษนั้นได้อาศัยอยู่ภายในปราสาทราชวังหากนักท่องเที่ยวคนไหนไม่รู้ว่าที่นี่เป็นเรือนจำก็อาจจะคิดว่าที่นี่เคยเป็นประสาทของเราขุนนางหรือของคนชั้นสูงมาก่อนอย่างแน่นอน

แต่ในความเป็นจริงแล้วที่นี่คือเรือนจำหรือที่เราเรียกกันว่าคุกนั่นเองและที่คุกแห่งนี้ไม่ได้มีความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้นแต่มันยังมีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณที่คอยหลอกหลอนผู้คนโดยที่เรือนจำในรัฐเวอร์จิเนียแห่งนี้ว่ากันว่ามีการเปิดให้ใช้งานขึ้นมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1876 โดยช่วงที่มีการก่อสร้างเรือนจำแห่งนี้นั้นแต่เดิมพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าแต่เดิมแล้วพื้นที่แห่งนี้นั้น

เคยเป็นสุสานเก่ามาก่อนโดยเป็นการนำศพของชนเผ่าอินเดียแดงมาฝากไว้ตรงบริเวณพื้นที่แห่งนี้หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนจากสุสานมาเป็นอาคารเอาไว้สำหรับให้นักโทษนั้นได้มาอยู่อาศัยที่นี่เส้นที่เรือนจำแห่งนี้มีนักโทษที่เคยเข้ามาอยู่ที่นี่มากถึง 480 คนเลยทีเดียวแต่จำนวนนักโทษในทุกๆปีก็เพิ่มมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆจาก 480 คนก็กลายมาเป็น 2,400 คนซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคนอยู่ก็ต้องมีคนตายนักโทษดวงคนนั้น

ต้องเสียชีวิตอยู่ในเรือนจำแห่งนี้เป็นจำนวนมากแน่นอนว่าความผิดของนักโทษแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันดังนั้นหากใครที่ทำความผิดไว้เยอะโทษก็จะหนักซึ่งการลงโทษสำหรับนักโทษที่มีความผิดเยอะๆนั้นก็คือการประหารชีวิตหรือนักโทษบางคนก็อาจจะถูกทารุณกรรมร่างกายจนกว่าจะไม่สามารถทนทานได้และตายไปเอง

รวมถึงบางคนนั้นก็เกิดความรู้สึกห่อเห*่ยวจิตใจที่ต้องติดคุกก็อาจจะมีการฆ่าตัวตายหรือเกิดการทะเลาะวิวาทกันและฆ่ากันตายก็มีทำให้ที่เรือนจำแห่งนี้กลายเป็นที่สิงสถิตของเหล่าวิญญาณทั้งหลายโดยเฉพาะวิญญาณของนักโทษที่เคยถูกคุมขังอยู่ในที่แห่งนี้อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงนี้ต่างก็เล่าลือกันถึงดวงวิญญาณที่อาศัยอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ว่าพวกเขามักจะเห็นว่าตรงประตูทางเข้ามัก

จะเปิดเองโดยที่ไม่มีคนมายืนคอยเปิดและมักจะเห็นเงาลางๆคล้ายๆคนเดินเข้าเดินออกอยู่เป็นประจำและที่สำคัญบางคืนก็จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหมือนกับว่าคนคนนั้นกำลัง แสนสาหัสเลยทีเดียวและที่นี่เองเคยมีคนที่อยากลองของอยากจะเจอว่าผีมีจริงหรือไม่มาลองของกันแล้วหลายคนและทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่น่ากลัวมากเพราะเพียงแค่เข้าไปไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็รับรู้ได้เลยว่าน่าจะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่และเมื่อเข้าไปก็จะรู้สึกอึดอัดฉันอยากจะอาเจียนออกมาเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

ตำนานความรักของสะพานสารสิน

Published / by admin

          เรื่องเล่าตำนานความรักสารสินนี้เป็นเรื่องเล่าที่มีกันมานานหลายปีแล้วที่เดียวซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตถึงแม้ว่าเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังนี้จะเหมือนละครน้ำเน่าแต่เชื่อเถอะว่าเรื่องราวความรักของสะพานรักสารสินนั้นเคยเกิดขึ้นจริงเมื่อปีพศ 2516

โดยตำนานมีการเล่าถึงเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนมีฐานะร่ำรวยและหน้าตาดีพ่อเป็นคนดังในจังหวัดภูเก็ตในขณะที่ฝ่ายชายนั้นเป็นแค่เพียงคนยากจนที่มีอาชีพขับรถสองแถวเพียงเท่านั้นทั้งคู่ได้พบรักกันตั้งแต่สมัยที่ฝ่ายหญิงนั้นยังเป็นนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยพยาบาลและก็แอบพบรัก

และพบเจอกันเลยมาโดยมีพ่อของฝ่ายหญิงนั้นคอยกีดกันอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากว่าพ่อของฝ่ายหญิงนั้นเห็นว่าตนเองนั้นมีฐานะร่ำรวยจึงอยากให้ลูกสาวของตนเองนั้นได้พบกับผู้ชายที่มีฐานะเท่าเทียมกันแต่ไม่ว่าอย่างไรแล้วฝ่ายหญิงก็ไม่เป็นไรจากฝ่ายชายยังคงแอบนัดเจอกันเจอ

เมื่อไหร่หญิงเรียนพยาบาลจบและได้ออกมาทำงานเป็นพยาบาลทั้งคู่ก็ยังแอบคบหากันอยู่เรื่อยมาผ่านมาหลายปีครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้นเริ่มใจอ่อนจึงได้ช่วยกันแก้กล่อมให้กับพ่อของฝ่ายหญิงนั้นเห็นใจในความรักของคนทั้งคู่โดยให้คนทั้งคู่นั้นสามารถมาคบและแต่งงานกันได้แต่อย่างไร

ก็ตามพ่อของฝ่ายหญิงที่เห็นว่าตนเองร่ำรวยเงินทองมากนั้นไม่ยอมให้ฝ่ายหญิงได้แต่งงานกับคนที่ขับรถสองแถวเพียงเท่านั้นด้วยกลัวว่าฝ่ายชายนั้นจะมาปอกลอกเงินทองของตนเองจึงพยายามหาชายหนุ่มที่มีฐานะร่ำรวยคู่กันให้มาแต่งงานกับลูกสาวของตนเองจนในที่สุดทั้งคู่ก็ไม่สามารถที่จะทนแรงกดดัน

จากพ่อของฝ่ายหญิงได้ทำให้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ปีพ.ศ 2516 ในขณะที่ฝ่ายหญิงได้รับรู้ว่าพ่อของเธอนั้นได้มีการจับคู่ของเธอเพื่อจะให้แต่งงานกับคนอื่นเธอจะได้นำเรื่องราวนี้มาปรึกษาชายกันเป็นที่รักและทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะไปร่วมกันและไม่ต้องการที่จะพรากจากกันดังนั้นทั้งคู่จึงพากันไปกระโดดน้ำที่สะพานสารสิน

แต่ก่อนที่จะมีการกระโดดลงไปในน้ำนั้นทั้งคู่เกรงว่าจะมีคนมาพรากออกจากกันจึงได้ใช้ผ้าขาวม้ามัดที่บริเวณเอวของคนทั้งคู่ให้ติดกันและโดดน้ำลงไปพร้อมกันนั่นเองซึ่งผลสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็เสียชีวิตด้วยกันและกลายมาเป็นตำนานความรักที่หลายคนนั้นซาบซึ้งใจ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Aesexy

ศิลปินไทยในใจหลายๆคน

Published / by admin

ศิลปินไทยนั้นมีจำนวนเยอะมากมายตั้งแต่รุ่นในดีตจนถึงรุ่นในปัจจุบันและในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นศิลปินต่างๆก็ได้รับความนิยมจากทั้งแนวเพลงและสไตล์ของศิลปินแตงต่างกันออกไปและแนวเพลงสไตล์ขอศิลปินก็มีความแปลกใหม่และเปลี่ยนไปเสมออย่างตลอดเวลาด้วย

และแน่นอนว่าถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาของศิลปินและแนวเพลงนั้นแต่ถ้าหากศิลปินคนไหนนั้นเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ต้นที่เริ่มเป็นศิลปินและเมื่อเวลาผ่านไปศิลปินคนนั้นก็มักจะยังได้รับความนอยมเสมอถึงแม้จะมีกี่เปลี่ยนแปลงไปทั้งด้นแนวเพลงและสไตล์ก็ตาม

โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปทั้งแนวเพลงและสไตล์ของศิลปินนั้นส่วนใกญ่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้แนวดนตรีของตนองนั้นมีความแปลกใหม่และไม่ซ้ำเดิมถึงแม้แนวเพลงในช่วงแรกของการเป็นศิลนั้นจะได้รับความนิยมและทำให้ศิลปินคนนั้นเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงมากมายก็ตาม

แต่ตัวศลปินเองนั้นจะต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวเพลงให้ต่างออกไปจากเดิมนั่นเอง แต่ก็มีศิลปินบางคนก็อาจจะยังคงแนวเพลงสไตล์ต่างๆไว้เพราะพวกเขานั้นอยากที่จะให้แฟนเพลงจดจำในสิ่งที่พวกเขาเป็นนั่นเอง แต่ไม่ว่ายังงเมื่อยุคสมัยเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อให้ยังคงแนวเพลงและสไตล์ของศิลปินเอาไว้

ศิลปินก็ต้องมีการพัฒนาทั้งในแนวเพลงและสไตล์ของตนเองด้วย โดยการไมเปลี่ยนแนวเพลงหรือสไตล์ของตัวเองแต่อาจจะเป็นการนำสิ่งใหม่เข้ามาผสมผสานและทำให้เกิดแนวเพลงเดิมแลสไตล์เดิมที่มีสิ่งพิเศษในเพลงด้วยนั่นเอง

แน่นอนว่าถ้าหากย้อนไปสัก10-20ปีที่ผ่านมานั้น ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงและโด่งดังในตอนนั้นและยังคงอยู่ในใจใครหลายคนจนถึงปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้น ตูนและวงบอดี้แสลมนั่นเอง เชื่อว่ายังคงเป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยก่อนหน้านี้10-20ปีแล้ว เพราะไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านาเนิ่นนานเพียงใดแต่ศิลปินคนนี้ยังมีทำผลงานและมีการปรับเปลี่ยนแนวเพลงให้มีความแปลกใหม่

และน่าติดตามอยู่เสมอ โดยทั้งตูนและวงบอดี้สแลมนั้นยังคงมีการออกทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมาและถึงแม้ตูนจะหันมาเอาดีในด้านการวิ่งแล้วก็ตามแต่ในการทำเพลงก็ยังคงมีการทำเพลงใหม่ๆขึ้นมาอยู่เสมอและทุกคนในวงบอดี้สแลมไม่เพียงแต่ตูนเท่านั้นทุกคนต่างก็มีกิจกรรมและธุรกิจของตัวเองและให้พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นวงแบบเมื่อก่อนแต่ถ้าหากมีการทัวร์คอนเสิร์ตหรือการแต่งเพลงใหม่ๆขึ้นมาพวกเขานั้นก็จะกลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งภายใต้ชื่อบอดี้สแลมที่อยู่ในใจทั้งคนยุคเก่าและยุคใหม่เสมอมาด้วย

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

วิธีเลือกห้องสำหรับทำห้องพระ

Published / by admin

          ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ดังนั้นในบ้านก็จะมีจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้สำหรับตั้งบูชาพระ มีการจัดห้องสำหรับวางพระพุทธรูปโดยตรง แต่ก็มีบางบ้านที่ละเลย นำสิ่งของไปเก็บฝากไว้ที่ห้องพระ ทำให้ห้องไม่พระไม่ปลอดโป่ง สกปรก ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง  ตามหลักความเชื่อแล้ว

ถ้ามีการดูแลสิ่งศักดิ์สิทธ์ภายในบ้านเป็นอย่างดี ท่านก็จะอำนวยพรให้โชคลาภ ทำให้ร่ำรายเงินทองมีบุญบารมี แต่ถ้าหากไม่ดูแล แถมปล่อยให้ที่พักของศักดิ์สิทธิ์มีแต่สิ่งของมาวางเกะกะ ท่านก็จะไม่ช่วยเหลือเกื้อหนุน ดังนั้นเราจึงควรมาตรวจสอบตำแหน่งการจัดวางห้องพระของเราว่าถูกหลักฮวงจุ้ยหรือไม่ ตำแหน่งการจัดวางห้องพระที่ดีจะช่วยเสริมชีวิตของเราให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่

          การจัดตำแหน่งที่ตั้งของห้องพระนั้น  เนื่องจากพระเป็นของสูงจึงควรจัดห้องพระไว้ที่ชั้นบนสุด ไม่ควรวางพระไว้ชั้นล่าง หรือไม่ควรทำหิ้งพระไว้ใกล้ห้องน้ำ หน้าห้องน้ำ หรือใต้บันได  และห้องพระควรเป็นห้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก ระบายกาศได้ดี  เพราะปกติการเข้าไปกราบไหว้พระก็จะมีการจุดธูปเทียน

ทำให้เกิดควันไฟ ดังนั้นถ้าห้องมีการระบายอากาศที่ดีก็จะช่วยลดปัญหากลิ่นควันธูปได้ดี  รวมถึง ห้องจะไม่แออัด จึงเหมาะที่จะมานั่งทำสมาธิ  การเลือกห้องพระที่ดีควรเลือกห้องที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ เพราะห้องพระเป็นห้องที่ต้องการความสงบ โดยเราสามารถเลือกกำหนดห้องพระไว้หน้าบ้านหรือหลังบ้านก็ได้เพราะดีทั้งคู่ ถ้าต้องการเสริมบารมีเลือกห้องพระไว้หลังบ้าน

แต่ถ้าโชคลาภควรเลือกห้องพระไว้หน้าบ้าน ทิศมงคลของห้องพระคือทิศตะวันออกและทิศเหนือ แต่ถ้าหากไม่มีห้องที่จะหันไป 2 ทิศนั้นได้ แนะนำให้ทำเป็นหิ้งพระแล้วเลือกหันหน้าไปทั้งสองทิศนั้นแทน อย่าดันทุลังเลือกห้องที่หันหน้าไปทางทิศอื่น ฮวงจุ้ยไม่ดี ส่วนถ้าห้องพระที่เราเลือกจำเป็นต้องติดกับห้องนอน

ควรจัดห้องนอนให้เรียบร้อย การจัดเตียงให้หันหัวเตียงไปทางอื่น ไม่ควรจัดหัวเตียงหรือปลายเตียงไปทางห้องพระ และที่สำคัญห้องพระไม่ควรติดกลับห้องน้ำเพระผิดหลักฮวงจุ้ย แต่ถ้าจำเป็นต้องติดกันจริงๆ ก็ให้หาตู้อะไรมากั้นระหว่างห้องน้ำกับห้องพระเป็นการแก้เคล็ด ที่สำคัญห้ามตั้งพระในห้องนอน 

          การจัดห้องพระดี นอกจากจะเป็นการเสริมบารมีให้กับตัวเราเองและทุกคนในบ้านแล้ว  การที่เราจัดตำแหน่งห้องพระไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดได้ด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ดู E-SPORT

ตำนานความเชื่อ การไหว้ผีบ้านผีเรือน

Published / by admin

   ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการไหว้ผีบ้านผีเรือนนั้นเป็นสิ่งที่มีการเชื่อมมาตั้งแต่โบราณอาการและลูกหลานก็มีการไหว้ผีบ้านผีเรือนสืบทอดต่อๆกันมาโดยมีความเชื่อว่าผีบ้านผีเรือนนั้นก็คือสีของบรรพบุรุษของปู่ย่าตายายที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ยังคงวนเวียนอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อที่จะคอยปกปักคุ้มครองรักษาลูกหลานให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

ถึงแม้ว่าปัจจุบันวิวัฒนาการความเจริญก้าวหน้าจะมีมากมายหลายอย่างเข้ามาแต่การนับถือผีบ้านผีเรือนก็ยังคงมีอยู่ประชาชนส่วนใหญ่ของคนไทยยังคงนับถือและเคารพผีบ้านผีเรือนซึ่งเราจะเห็นจากว่าบ้านส่วนใหญ่นั้นมักจะมีการทำบุญแนะนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนในช่วงวันพระหรือแม้แต่วันพระใหญ่ซึ่งเป็นการทำบุญให้กับบรรพบุรุษโดยมีความเชื่อว่าหากเราดูแลผีบ้านผีเรือนให้กินอิ่มอยู่ดีกินดีผีบ้านผีเรือน

ก็จะช่วยคุ้มครองให้เราร่ำรวยและอยู่ดีกินดีด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นทุกปีสำหรับการเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือนนั้นเรามักจะเห็นว่าผู้คนมักจะทำการในช่วงเทศกาลใหญ่ๆเช่นวันตรุษจีน  หรือแม้แต่วันสารทจีน  เป็นต้นโดยเจ้าของบ้านจะมีการเตรียมอาหารทั้งอาหารคาวและอาหารหวานผลไม้หมากพลูรวมถึงดอกไม้ซึ่งอาหารแต่ละอย่างนั้นก็มักจะเป็นอาหารที่บรรพบุรุษมีความชื่นชอบแล้วมาทำประกอบพิธีจุดเทียน

จุดธูปบอกกล่าวให้ผีบ้านผีเรือนมากินอาหารที่เตรียมไว้ให้โดยจะมีการขอพรให้ผีบ้านผีเรือนคุ้มครองให้ลูกหลานอยู่ในบ้านนี้อย่างมีความสุขและร่ำรวยเงินทองอยู่ดีกินดีแต่หากบ้านไหนก็ตามที่ไม่มีการเคารพผีบ้านผีเรือนโดยมักจะไม่ค่อยนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนบ่อยมากนักจะทำให้คนในบ้านนั้นมักจะเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายโดยมีความเชื่อกันว่าผีบ้านผีเรือนจะโกรธที่ลูกหลานไม่สนใจดูแลจึงมักจะดลบันดาลให้คนภายในบ้านเกิดความเจ็บป่วย

           ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณแต่ปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการยึดถือและปฏิบัติสืบทอดกันมาซึ่งการนำอาหารมาเลี้ยงผีบ้านผีเรือนนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น คนรุ่นใหม่จึงยังมีการปฏิบัติต่อนั่งต่อๆกันมาเพราะถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เชื่อว่าการที่ลูกหลานจะร่ำรวยเงินทองนั้นจะมาจากการคุ้มครองจากบรรพบุรุษที่เป็นผีบ้านผีเรือน

ก็ตามแต่เนื่องจากคนไทยนั้นเป็นคนที่เคารพนับถือผู้ใหญ่แล้วถึงแม้ผู้ใหญ่เท่านั้นจะเสียชีวิตไปแล้วก็ยังสามารถระลึกถึงได้โดยการนำของเซ่นไหว้ไปเส้นให้ตามเทศกาลต่างๆเพื่อเป็นการแสดงถึงความรักและการระลึกถึงบรรพบุรุษได้เช่นเดียวกันดังนั้นการที่ในแต่ละปีจะมีการนำอาหารคาวหวานไปเลี้ยงบรรพบุรุษหรือว่าผีบ้านผีเรือนจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อๆกันสืบต่อไป

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องฝาก

ดึงจุดสนใจอยู่กับเรื่องราวของแบบในภาพ

Published / by admin

ดึงจุดสนใจอยู่กับเรื่องราวของแบบในภาพ หนึ่งในข้อดีการถ่าย Portrait ด้วยภาพขาวดำ

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดกับภาพสีเลยล่ะ ในสมัยก่อนนั้น ภาพที่เป็นฟิล์มขาวดำทั้งหมด ผู้ถ่ายนั้นตั้งใจเพื่อที่จะให้คนที่มองภาพนั้นสนใจอยู่กับเรื่องราวในภาพนั้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ หรือว่าภาพสงครามที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ เรื่องราวที่จะปะติดปะต่อจนกลายเป็นเนื้อเรื่อง

นั้นแหละคือเหตุสำคัญของการเกิดการถ่ายภาพขึ้นมา บันทึกเรื่องราวจากภาพ ต่อพอภาพได้กลายเป็นภาพสีแล้ว ก็ได้มีการถ่ายเพื่อความสวยงามกันบ้าง แบบว่า ถ่ายเพื่อเอาสีสัน ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรสักเท่าไหร่ นั้นเป็นจุดกำเนิดของการถ่ายภาพแฟชั่นอีกด้วย ถ่ายภาพสิ่งของเพื่อขายอะไรแบบนี้

เมื่อคนที่เกิดมาในยุคที่เป็นภาพสีหมดแล้ว ก็แทบจะได้กลับไปสนใจภาพขาวดำ ถ่ายด้วยมือถือหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะถ่ายเพื่อเอาภาพสวยจากสีสันเหล่านั้น แล้วก็เริ่มห่างไกลจากการเป็นภาพเพื่อสื่อถึงเรื่องราว ทุกวันนี้คนถ่ายรูปกันก็เอาเรื่องของภาพสวยเข้าว่าแล้วล่ะ แบบว่าวิวดี มุมดี อะไรทำนองนั้น แต่จริงๆแล้วดั้งเดิมของมันคือการถ่ายภาพเพื่อสื่อเรื่องราวต่างหาก

ในยุคที่มีการถ่ายภาพนางแบบนั้น ก็มีมาอย่างยาวนาน จากภาพขาวดำ จนกลายเป็นภาพสี ได้มีการตกแต่งการถ่ายแบบภาพสีอย่างมากมาย จนไม่ได้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของตัวแบบได้อีก ซึ่งตัวแบบนั้นจริงๆ ต้องสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้จากตัวแบบเอง ไม่ใช่การใช้สีหรือการแต่งภาพต่างๆ อ้าว แล้วภาพสีไม่สามารถถ่ายแบบเพื่อให้นางแบบสื่อเรื่องราวได้บ้างหรอ

ก็ต้องตอบว่าได้ แล้วก็ทำได้ดีเช่นกัน มีช่างภาพหลายคนทีเดียว ที่ถ่ายภาพแนวนี้โดยภาพสีได้อย่างยอดเยี่ยม เรื่องราวต่างถูกอัดแน่นในภาพ แต่ก็เปลี่ยนประเด็นที่ว่าภาพขาวดำนั้นสื่อสารเรื่องราวได้ดีกว่า ที่ว่าดีกว่านั้นต้องบอกว่า หลายคนหลายความคิดนะ เพียงแต่งานภาพสีนั้น

ก่อนที่คนมองจะเห็นเรื่องราวนั้น เขาเห็นอะไรก่อนล่ะ เขาเห็นสียังละ แล้วมันก็เป็นการรบกวนสายตาจากเรื่องราวที่แท้จริงในภาพนั้น นอกเสียจากช่างภาพตั้งใจจะใช้สีบอกเล่าเรื่องราว ภาพขาวดำจึงเป็นเหตุให้คนมองนั้นได้เห็น Mood and Tone ของภาพก่อนที่จะเป็นสี แล้วเรื่องราวก็จะปรากฏต่อผู้มองตั้งแต่แรกเริ่มเลยล่ะ

เพราะมันอยู่ในโลกที่มีเพียงแสงและเงา ส่วนมืดและส่วนสว่างเท่านั้น การตีความเรื่องราวก็จะง่ายและเป็นธรรมชาติกว่าภาพสีนั้นเอง เรียกได้ว่าการถ่ายภาพ Portrait ด้วยขาวดำนั้นทำให้เกิดการมุ่งความสนใจไปที่ตัวนางแบบที่อยากจะสื่ออะไรสักอย่างโดยตรงนั้นเอง ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมค้อมกับสีสันของภาพ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ดูบอล

เทคนิคการถ่ายรูปกับกระจก

Published / by admin

เทคนิคนี้เราก็จะได้เห็นกันบ่อยๆกับธุรกิจประเภทเครื่องสำอางอะนะ มันก็เรียกได้ว่าเป็นภาพที่ต้องใช้กันทุกยี่ห้อเลย แม้แต่การจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพวิดีโอ ที่เป็นโฆษณาต่างๆ จะเห็นเลยว่ามุมนี้เป็นมุมยอดฮิตจริงๆ จะโฆษณาประเภทเครื่องสำอาง หรือโฟมล้างหน้า แม้แต่ยาแต้มสิว

ครีมทาหน้าทั้งหลาย ก็ใช้มุมนี้กันเป็นส่วนใหญ่เลยล่ะ ถือว่ามุมยอดนิยมนี้กลายเป็นมุมที่ใช้ได้กับทุกคนเลยจริงๆ แต่ก็คงไม่เหมาะกับหนุ่มๆหน่อยนะ เพราะฉะนั้นอย่าได้ลองจะดีกว่า ยกเว้นแต่จะเป็นแนวเก้งกวาง การที่จะถ่ายมุมนี้ไม่ยากเลย ถือเป็นมุมที่ง่ายที่สุดแล้วล่ะ

อย่างแรกเลยที่ต้องถือว่ายากสุด แต่มันก็ง่ายจริงๆ นั้นคือการไปหาซื้อกระจกสำหรับแต่งหน้าทาครีม ที่ไม่ใหญ่จนเกินไปนะ แล้วจะเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือแบบกระจกถือพกพาก็ได้

ถ้าเป็นกระจกตั้งโต๊ะก็ระวังเรื่องความใหญ่ แต่ถ้ากระจกถือ คงจะไม่มีรุ่นที่ใหญ่เป็นกระด้งอยู่แล้วล่ะ ขอบอกเลยว่าต้องเป็นกระจกแบบกลมนะ ไม่ใช่กระจกเหลี่ยม เรียกได้ว่ากระจกขอบกลมเป็นกระจกที่บอกถึงความสวยงามผู้หญิงได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน กระจกกลมก็ถูกใช้ในการสื่อถึงเรื่องความงดงามตลอดมา เราจะเห็นได้เลยนะ กับกระจกกลมที่ติดผนังที่ตกแต่งขอบสวยๆ

รวมถึงกระจกแบบพกพา หรือตั้งโต๊ะที่เห็นได้ตั้งแต่ยุคอดีตนั้นก็เป็นกลมทั้งนั้น นั้นแหละ จึงกลายเป็นสัญญาลักษณ์เรื่องความสวยความงามกันไปแล้ว ดังนั้นอย่าซื้อผิดเป็นเหลี่ยมเด็ดขาดล่ะ ต่อไปก็เรื่องง่ายๆล่ะ คือการนำกระจกมาถือหรือวางโต๊ะ แต่ถ้าถือจะเหมาะกว่า แล้วก็สามารถควบคุมได้ง่ายกว่า เพราะว่าถ้าเป็นแบบตั้ง แล้วตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งอาจจะโชว์ให้เห็นความรกเกินไป

แต่ถ้าเป็นการถือจะได้สองเรื่อง คือการหาฉากเหมาะๆได้ง่าย แล้วก็จะมีมือเราที่ทำให้ภาพดูมีองค์ประกอบที่ลงตัวมากขึ้น จบเรื่องกระจก ต่อไปก็สบายๆเรื่องของการแต่งหน้าให้สวยแล้วส่องหามุมดีๆของตัวเองได้เลย ส่วนตากล้องนั้นต้องเอียงถ่ายนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ติดตัวเอง

แต่ตรงนี้แหละที่สำคัญเช่นกัน นั้นคือ ตากล้องต้องคอยบอกตัวแบบนะ ว่าให้ขยับอะไรตรงไหนบ้าง เพื่อให้พอดีกรอบกระจก แล้วก็ได้มุมที่สวยที่สุดของตัวแบบ เพราะทางตัวแบบนั้นไม่ได้เห็นเหมือนกับตากล้อง มุมที่เขาว่าดีแล้ว ทางมุมมองกล้องอาจจะไม่ดีก็เป็นได้ อีกอย่างที่จะทำให้ตัวแบบมีความน่าสนใจมากขึ้น นั้นคือการใช้มือที่ว่างๆอีกข้างยกขึ้นมาเล่นกับหน้านั้นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ตำนานไอ้ไข่วัดเจดีย์

Published / by admin

สถานที่วัดเจดีย์ในปัจจุบันนี้ เคยเป็นที่ๆหลวงปู่ทวดได้เดินธุดงค์มา และได้เป็นตำนานเล่าขานกันมาว่าเมื่อสมัยก่อนนั้น หลวงปู่ทวดได้เดินธุดงค์และได้มาปักกลดอยู่ที่บริเวณนั้น และไอ้ไข่เป็นเพียงวิญญาณที่ติดตามเมื่อหลวงปู่ทวดได้เห็นบริเวณแห่งนี้มีสมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญมากมาย

จึงให้ดวงวิญญาณของไอ้ไข่เฝ้าไว้ และดวงวิญญาณของไอ้ไข่ได้ปกปักรักษาสมบัติเหล่านั้นไว้จนถึงปัจจุบัน และถ้าใครเข้าอาศัยมาโดยไม่บอกกล่าวก็จะมีการโดนแกล้งต่างๆอย่างตีศีรษะ ดึงแขน ดึงขา ตามประสาของเด็ก และเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากการเรียกไอ้ไข่ ได้มาเป็น ตาไข่ เพื่อให้เด็กรุ่นหลังกราบไหว้ ขอพร และได้มีการสร้างรูปแกะสลักเป็นรูปของตาไข่ โดยช่างแกะสลัก ที่มีชื่อว่าตาเที่ยง ตาเที่ยงได้เล่าว่า ตนนั้นได้ฝันเห็นเด็กแก้ผ้า ยืนเปลือยกายข้างพระที่มีจีวรสีคล้ำๆ

และได้บอกกับต้นว่า ช่วยแกะรูปให้เราที เราจะได้มีที่อยู่เสียที แล้วตาเที่ยงถามว่าเจ้าเป็นใคร และได้ยินคำตอบมาว่า เราไอ้ไข่วัดเจดีย์ จึงได้รู้กันว่าเด็กวัดนั้น ชื่อไอ้ไข่ และรูปแกะสลักได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ  2523-2524 ได้แกะสลักเป็นรูปเด็กอายุ9-10 ขวบ ได้แกะสลักเป็นรูปใส่ชุดพรางทหารและสวมแว่นดำ และเป็นที่นับถือและศรัทธาของชาวบ้านทั้งบ้านใกล้บ้านไกล

อภินิหารไอ้ไข่วัดเจดีย์ 

ได้มีการลงคลิปว่า ตนกับหลานไว 6ขวบ และเพื่อนๆได้ไปกราบไหว้ตาไข่ เวลาประมาณ6โมงเย็นจะเดินทางกลับ อยู่ๆหลานชายของตนนั้นได้รำมโนราห์ ทั้งที่รำไม่เป็น ตนและเพื่อนๆได้บอกให้หยุดรำ ก็ไม่หยุด ตนเลยต้องไปจุดธูปบอกตาไข่ และบอกว่าตนมาดีและจะขอกลับบ้าน หลานชายจึงได้หยุดรำและยอมกลับบ้าน และได้เคยมีนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงและชาวไทยเดินทางมาบนบานสานกล่าว ว่าถ้าเรื่องที่ตนขอนั้นสำเร็จ จะมาจุดประทัดให้ แปดล้านนัด และได้กลับไปเพียงสิบห้าวันก็ได้กลับมาทำการแก้บน แต่ไม่ได้บอกว่าขออารัยสำเร็จ

ของที่นำมาไหว้ หรือแก้บนไอ้ไข่วัดเจดีย์

สิ่งที่นิยมนำกันมากราบไหว้และแก้บนคงหนีไม่พ้น ประทัด และรูปปั้นไก่  นม ชุดทหารหรือเครื่องแบบราชการทุกชนิด ขนมงาตัด ถั่วตัด หนังสติ๊ก น้ำอัดลม และที่สำคัญชอบคนมีสัจจะ

เมื่อผ่านไปทางใต้ก็อย่าลืมแวะไปขอพร ไอ้ไข่ กันด้วยละ เผื่อจะได้เลขเด็ดกลับบ้านกันมา