ตำนานหมู่บ้านเกยตายจระเข้กินคนไอ้ด่างเกยไชย

Published / by admin

โดยปกติแล้วจระเข้ก็จะเป็นสัตว์ที่ชอบหากินกุ้งหอยปูปลาเป็นอาหารแต่ถ้ามันเกิดติดใจรสชาติของเนื้อมนุษย์ขึ้นมาล่ะจะเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะกลายพันธ์มาเป็นจระเข้ที่จะล่ากินแต่เนื้อคน

ซึ่งจระเข้เกยไชยก็เป็นเรื่องเล่าของคนชาวนครสวรรค์ที่ได้อาศัยอยู่ในแทบบริเวณแม่น้ำน่านถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะมีความเก่าแก่มาตั้งแต่รัชกาลที่5แต่ด้วยความโหดของมันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ลืมเรือนเลยของคนที่ในพื้นที่เหล่านั้นโหดถึงขนาดที่ว่าสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพนั้นอยากจะขึ้นไปดูถึงที่

โดยท่านก็เป็นผู้ที่ได้เขียนหลักฐานกล่าวถึงจระเข้ตัวนี้เอาไว้แต่มันก็เป็นหลักฐานที่มันค่อนข้างที่จะสั้นเหลือเกินคือมันมีแค่เพียงสองบรรทัดเท่านั้นเองใจความก็ประมาณว่ามันเป็นศรีษะของจระเข้ที่ใหญ่และเป็นจระเข้กินคนที่ชาวบ้านได้เล่าลือกันว่าเป็นจระเข้เจ้าเราก็เลยได้ไปหาดูกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับจระเข้และชาวบ้านกันดีกว่า

ด้วยความที่ว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดังมากขนาดนี้แล้วพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้นก็น่าจะรู้อะไรดีๆบ้างแหละจริงไหมว่ากันว่าในสมัยก่อนที่แห่งนี้เขาได้เรียกกันว่าบ้านเกยไชยในปัจจุบันมันก็ได้กลายมาเป็นหมู่บ้านตำบลเกยไชยของจังหวัดนครสวรรค์ไปแล้วแต่ว่าที่แห่งนี้ก็ได้มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งว่าบ้านเกยตายโดยสาเหตุของความน่ากลัวในสมัยก่อนที่จะมีจระเข้ได้เข้ามาเยือนอีก

นอกจากนี้ที่แห่งนี้มันก็จะมีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อตรงๆเลยก็คือวัดเกยไชยนั่นเองเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณจุดแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านกับแม่น้ำหลักทั้งสองสายหลักของไทยได้ไหลมาบรรจบกันก่อนที่จะมาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางนี้มันก็เป็นเส้นทางที่พ่อค้าแม่ขายจะพายเรือลงมาจากทางเหนือเพื่อจะไปค้าขายกับทางใต้ทำให้แต่ละวันจะมีคนสัญจรไปบนแม่น้ำเส้นนี้อย่างมากมาย

เนื่องจากมันก็ยังได้เป็นเส้นทางที่น่ากลัวอยู่เหมือนกันเพราะว่าในช่วงที่มีน้ำเยอะๆอย่างฤดูฝนแม่น้ำสายนี้ก็จะไหลแรงมากกว่าเดิมส่งผลทำให้เรือเล็กๆที่พายมาแบบไม่ระวังก็ได้จมลงไปและด้วยความที่ว่าแม่น้ำทั้งสองสายได้มาบรรจบกันมันก็ก่อให้เกิดเป็นน้ำวงดูดทุกอย่างลงไปใต้น้ำหมดเลยคือ

ใครที่จมน้ำตรงนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะว่ายน้ำขึ้นไปบนฝั่งได้เพราะจะโดนดูดลงไปข้างล่างหมดชาวบ้านก็เลยเรียกชื่อแห่งนี้ไปว่าแบบเป็นแนวประชดว่าบ้านเกยตาย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.     sagame

ตำนานบ้านศรีพะโล จังหวัดชลบุรี

Published / by admin

            สำหรับตำนานพื้นบ้านเป็นการเล่าเรื่องถึงที่มาที่ไปของการตั้งชื่อหมู่บ้านเมืองศรีพโลเพราะเหตุใดจึงมีการถูกตั้งชื่อมาเป็นแบบนี้ซึ่งเรื่องราวนั้นมีการกล่าวถึงสมัยในอดีตกาลโดยมีการระบุว่าในสมัยก่อนนั้นเมืองศรีพโลนั้นเป็นเมืองที่อยู่ติดกับแม่น้ำดังนั้นจึงเป็นเมืองที่มักจะมีเรือสำเภาของชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือของชาติอื่นๆล่องเรือสำเภามาจอดขายสินค้าอยู่ที่ท่าเรือนี้กันเป็นประจำ 

แต่ที่เมืองนี้มีเศรษฐีอยู่คนนึงพี่มีนิสัยคดโกงชอบโกงทรัพย์สินของคนอื่นและพ่อค้าที่นำทรัพย์สินมาขายที่ท่าเรือนี้ก็มักจะถูกโกงทรัพย์สินกันเป็นประจำซึ่งวิธีการโกงนั้นก็คือเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นจะให้คนงานของตนเองเอาของมีค่าของตนเองนั้นแอบขึ้นไปซ่อนไว้บนเรือ

หลังจากนั้นก็จะออกมาโวยวายว่าชาวต่างชาตินั้นขโมยทรัพย์สินของตนเองไปซึ่งพวกพ่อค้าชาวต่างชาตินั้นด้วยความที่ตนเองนั้นไม่ได้มีการขโมยทรัพย์สินจึง สั่งให้ทางด้านเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหรือค้นเรือได้เลยซึ่งเศรษฐีได้ออกอุบายออกมาว่าถ้าหากว่าเขาให้คนงานคนภายในเรือแล้ว

พบทรัพย์สินของตนเองเขาจะทำการยึดทรัพย์สินภายในเรือทั้งหมดมาเป็นของเขาเองโดยที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นั้นมั่นใจว่าตนเองไม่ได้คดโกงใครจึงได้รับคำท้าและเมื่อไปค้นเรือก็จะพบทรัพย์สินของเศรษฐีคนดังกล่าวซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้เสร็จกี่คนดังกล่าวนั้นกลายเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยขึ้นมาเรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีของมีค่าเยอะทั้งด้านเศรษฐีคนดังกล่าวจึงมักจะนำทรัพย์สินมีค่าของตนเองนั้นไปเก็บไว้ที่อื่นซึ่งจะต้องมีการบรรทุกทรัพย์สินมีค่าของมหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นผ่านไปทางบ้านเขาพระบาทบางทรายเมื่อมีการเดินอยู่บ่อยครั้งเข้าทำให้เขาบริเวณนั้นขาดจนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่

ดังกล่าวเรียกจุดที่เขาพระบาทบางทรายนั้นขาดว่า คอเขาขาด  และเมืองที่มหาเศรษฐีคนดังกล่าวนั้นอยู่อาศัยด้วยว่ามหาเศรษฐีคนนั้นคดโกงจนเป็นที่เลื่องลือของคนไปทั่วทำให้ใครๆ

ต่างก็พากันเรียกเมืองดังกล่าวว่าเมืองเศรษฐีพาลพาโล  ซึ่งก็จะหมายถึงการที่เศรษฐีคนดังกล่าวนั้นหาเรื่องพาลคนอื่นไปทั่วแล้วโกงเอาทรัพย์สินของคนอื่นเขาไปเมื่อมีการเรียกกันนานวันเข้าจากการที่เรียกเป็นเศรษฐีพาลพาโลก็มีการย่อคำจนเหลือแค่เพียงเมืองเศรษฐีพาโลและปัจจุบันก็ถูกย่อลดลงมาเหลือแค่เพียงเมืองศรีพะโลนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

ความเชื่อแบบผิดๆ ที่หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

Published / by admin

เรื่องของความเชื่อนั้นคงไม่เข้าใครออกใคร บางคนก็มีความเชื่อส่วนบุคคล แต่บางคนก็มีความเชื่อออกไปทางลักษณะงมงาย ซึ่งวันนี้เหล่ามีความเชื่อที่ไม่น่าเชื่อคนหลายคนจะหลงเชื่อกันในลักษณะแบบนี้ ซึ่งมีอะไรกันบ้างนั้นเราลองมาดูกัน

ความเชื่อที่ว่าหากอ่านหนังสือในที่มือ จะทำให้สายตาเสีย ซึ่งหลายคนเชื่อว่าคงจะโดนเตือนกันเรื่องนี้กันบ่อยมาก ว่าเวลาที่อ่านหนังสือในที่มืด มักจะทำให้สายตาสั้นหรือสายตาเสียกันได้อย่างง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น มีการค้นพบว่าการอ่านหนังสือในที่แสงไม่พอนั้น อาจจะทำให้ตาของเราล้ากันไปบ้าง แต่ไม่ได้เป็นการส่งผลเสียถาวรกับดวงตาของเราอย่างแน่นอน

ความเชื่อที่ว่าลูกกระเดือกจะมีแต่เฉพาะในผู้ชายเท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดแบบมหันต์ เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นลูกกระเดือกของคนเรานั้น ก็คือกระดูกที่ปิดกล่องเสียงเพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารหรือน้ำตกลงไปนั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจะคิดกันไปว่าลูกกระเดือกนั้นจะมีแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น เพราะว่าเวลามองร่างกายภายนอกแล้วนั้นผู้หญิงจะไม่มีส่วนของลูกกระเดือกโผล่ออกมาให้เห็นชัดเจนเท่านั้น แต่ความจริงลูกกระเดือกของเราก็จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพียงแต่สรีระของผู้ชายนั้นจะเห็นลูกกระเดือกได้ชัดกว่า

ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวด ก็จะยิ่งหนาขึ้น ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นความเชื่อที่คนเรามักจะพูดกันบ่อยมากๆกันเหลือเกิน และแถมเป็นความเชื่อที่แทบจะเชื่อกันสนิทเสียด้วย ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนั้น ความจริงเส้นผมของเราหรือขนของเรานั้นจะไม่สามารถหนาขึ้นได้หรอกต่อให้เราโกนมันบ่อยหรือถี่แค่ไหน

ซึ่งไอ้ความเชื่อที่ว่ายิ่งโกนหนวดแล้วยิ่งขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะว่าในช่วงตอนที่หนวดของคุณหลังจากที่โกนแล้วมันเพิ่งเริ่มขึ้นใหม่ๆนั้น ธรรมชาติของหนวดหรือเส้นขนนั้นเมื่อเวลาเราไปสัมผัสจะรู้สึกหยาบๆ จึงทำให้มักคิดกันว่าหนวดหรือขนมันหนาขึ้นนั่นเอง แต่ความจริงแล้วนั้น มันก็หนาเท่าเดิมนั่นแหละ

ความเชื่อที่ว่าแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง หากมีคนไปสัมผัสตัวลูกของมัน ในความเป็นจริงทางหลักการวิทยาศาสตร์ของสัตว์ประเภทนี้แล้วนั้น สัตว์ประเภทนกจะมีต่อมการรับกลิ่นที่เล็กมากซึ่งคนเรามักจะชอบพูดกันว่าอย่าเอามือไปสัมผัสลูกนกเพราะแม่นกจะทิ้งลูกตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริงเด็ดขาด เพราะด้วยต่อมการรับกลิ่นของนกนั้นเล็กมากจนไม่รู้ด้วยซ้ำ และจะไม่ได้กลิ่นมือที่เราไปสัมผัสนั้นเลย

ตำนานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมว ในเขตกรุงเทพมหานครเห็น

Published / by admin

               หากใครเคยฟังตำนานที่จังหวัดสกลนครจะทราบว่ามีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีตำนานเกี่ยวกับเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนั้นในจังหวัดสกลนครต่างก็เชื่อกันว่านั่นคือผีปอบแปลงร่างมาเพราะมีคนล้มตายเป็นจำนวนมากหลังจากให้ความช่วยเหลือพระและที่ดังกล่าว  

        แต่อย่างไรก็ตามแต่เรื่องราวนี้ไม่ได้เพียงโด่งดังแค่ที่จังหวัดสกลนครเพียงเท่านั้นเพราะเรื่องราวนี้ดังมาไกลถึงกรุงเทพฯเลยทีเดียวและเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯนี้ก็เป็นเรื่องราวที่โด่งดังใหญ่โตถึงขนาดที่ว่ามีการออกข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านพบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำ และเห็นแม่ชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งในย่านบางแค โดยบ้านหลังดังกล่าวนี้อยู่ใกล้กับวัดวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตหนองแขม  

         และชาวบ้านเล่าลือกันว่าหลังจากที่พบเห็นว่ามีพระอุ้มหมาสีดำและเห็นชีอุ้มแมวสีดำมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวนั้นและเคยเห็นว่าทั้งพระและแม่ชีเดินเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่ง เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกับที่จังหวัดสกลนครที่มีคนตายแต่เหตุการณ์ที่นี่กรุงเทพฯนี้กลับพบว่าหมาและแมวในหมู่บ้านดังกล่าวนั้นหายออกไปจากหมู่บ้านจนหมดสิ้นซึ่งชาวบ้าน

ต่างก็พากันออกมาติดป้ายประกาศตามหาหมาหาแมวของตนเองจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน  โดยชาวบ้านต่างก็เชื่อว่าสาเหตุที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปนั้นน่าจะหายไปจากเหตุการณ์ที่พระและแม่ชีนั้นเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเขานั้นเองเพราะหลังจากที่หมาและแมวของพวกเขาหายไปพวกเขาก็ไม่เห็นพระและแม่ชีที่เคยอาศัยอยู่บ้านร้างหลังนั้นอีกเลย 

          และนับตั้งแต่นั้นมา  ชาวบ้านก็มักจะมีการนำเรื่องของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวมาขู่เด็กๆให้กับเข้าบ้านตั้งแต่ตอนเย็นซึ่งถ้าเด็กคนไหนกลับบ้านมาช่วงเวลาค่ำก็จะถูกพ่อแม่ข่มขู่ด้วยตำนานของพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวนี้ ทำให้ในสมัยในพอตกค่ำ เด็กๆทุกคนก็จะรีบกลับเข้าบ้านไม่ไปเที่ยวที่ไหนกันเลย เพราะว่ากลัว 

           แต่ในปัจจุบันนี้ตำนานนี้ได้มีการลืมเลือนและหายไปตามกาลเวลา  เดี๋ยวนี้ไม่มีใครหวาดกลัวกับตำนานนี้กันแล้ว ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้ยินตำนานนี้กันแล้วโดยตำนานนี้ถูกนำมาเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนและในปัจจุบันเด็กๆก็ไม่ค่อยครัวเกี่ยวกับตํานานพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวกันแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   ufabet

ตำนานความรักของโกโบริและอังศุมาลิน

Published / by admin

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของตำนานความรักที่หลายคนนั้นเกิดความซาบซึ้งในความรักของคนทั้งคู่โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ชื่อว่าโกโบริซึ่งตำนานมีการเล่าถึงประวัติความเป็นมาในสมัยช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในระหว่างนั้นประเทศไทยได้ถูกนำไปเป็นประเทศซึ่งเป็นฐานทัพของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งได้มีการต่อสู้กันระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศทั้งแถบอเมริกาโดยในตอนนั้นทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการส่งทหารมาประจำการที่ประเทศไทยโดยให้มีการสร้างฐานทัพไว้ที่แถวบริเวณบางกอกน้อยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบันนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้มีทหารหนุ่มคนหนึ่งมีชื่อว่าโกโบริเขาได้เกิดตกหลุมรักหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง

ที่ชื่อว่าอังศุมาลินซึ่งทางด้านโกโบรินั้นเขาได้เป็นลูกชายของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งส่วนทางด้านอังศุมาลินนั้นก็เป็นลูกสาวของนายทหารยศชั้นผู้ใหญ่ของคนไทยเช่นเดียวกันทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแต่งงานกันเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ในตอนแรกนั้นอังศุมาลินไม่ได้ชอบโกโบริ

แต่ด้านโกโบรินะหลงรักอังศุมาลินอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเมื่อมีการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปสักระยะหนึ่งทำให้อสมารินและคนนั้นต่างก็หลงรักซึ่งกันและกันจะมีพยานมาร่วมกันซึ่งในขณะนั้นอังศุมาลินกำลังตั้งครรภ์ลูกของโกโบริอยู่แต่อยู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

เมื่อฝ่ายตรงข้ามกับกองกำลังทหารของประเทศญี่ปุ่นได้มาทิ้งระเบิดตรงบริเวณที่โกโบริกำลังทำงานอยู่ซึ่งก็คือบริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยนั่นเองซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็มีนายทหารที่ชื่อโกโบริคนนี้รวมอยู่ด้วยซึ่งขณะที่มีการถูกโดนระเบิดมาที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยนั้น

อังศุมาลินที่รู้เรื่องราวว่ามีการวางระเบิดที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยก็วิ่งมาหาชายคนรักของตนเองซึ่งในที่สุดแล้วกว่าเธอจะหาชายคนรักของเธอเจอเธอก็พบว่าโกโบรินั้นได้เสียชีวิตแล้วแต่ก่อนที่จะเสียชีวิตนั้นเขาได้พูดกับอังศุมาลินว่าเขาจะรักเธออย่างนี้ตลอดไปและเขาจะรอเธออยู่ที่ตรงทางช้างเผือก

ซึ่งอังศุมาลินเองก็รับปากว่าเมื่อเธอดูแลลูกจนเติบใหญ่แล้วและเมื่อเธอเสียชีวิตไปเธอจะไปหาโกโบริที่ทางช้างเผือกนั่นเองซึ่งเรื่องราวความรักในครั้งนี้ได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายครั้งจนทำให้หลายคนนั้นเกิดความประทับใจกับความรักที่ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นมีต่อหญิงสาวชาวไทยอย่างมากนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ตำนาน อามาโนะจากุ หรือตำนานปีศาจขวางโลก

Published / by admin

 

               อีกหนึ่งตำนานที่เราไม่ค่อยได้ยินกันมากนักโดยตำนานนี้เป็นตำนานเก่าแก่มากแล้วซึ่งปัจจุบันนี้แทบไม่มีการพูดถึงตำนานนี้แล้วสำหรับตำนานที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้นั่นก็คือตำนานของปีศาจขวางโลกหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของภาษาญี่ปุ่นก็คือตำนาน อามาโนะจากุ   ซึ่งตำนานนี้เป็นตำนานเรื่องเล่าของคนญี่ปุ่นที่เก่าแก่มักจะบอกเล่าเรื่องราวดังต่อไปนี้ให้กับลูกหลานได้ฟังกัน

         โดยรายละเอียดของตำนานของ อามาโนะจากุการที่คนคนหนึ่งที่นิสัยดีแต่แล้วไม่นานจากคนที่เคยเป็นคนดีกลับกลายเป็นคนเลวหรือที่เราพูดกันในภาษาชาวบ้านก็คือเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือนั่นเองซึ่งแน่นอนว่าลักษณะของคนนิสัยเช่นนี้ไม่ได้มีเฉพาะแค่คนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นประเทศไทยเองก็มีหรืออาจจะกล่าวให้ถูกก็คือนิสัยแบบนี้มีแบบทุกประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

          สำหรับนิสัยการเปลี่ยนจากคนดีกลายเป็นคนเลวเพียงชั่วข้ามคืนหรือเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือแบบปัจจุบันทันด่วนนั้นคนสมัยโบราณกล่าวว่านิสัยแบบนี้นั้นพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเองโดยธรรมชาติแต่พวกเขากำลังถูกปีศาจร้ายเข้าครอบงำหรือเข้าสิ่งนั้นเองซึ่งเจ้าปีศาจร้ายตัวนี้มันจะเป็นปีศาจที่มีรูปร่างไม่ใหญ่เราอาจจะไม่ค่อยมองเห็นมากนักโดยตัวมันมีขนาดเล็กมากๆและปีศาจตัวนี้มีนิสัยเกเรชอบความรุนแรงและเป็นนิสัยของปีศาจที่มักจะทำอะไรตรงข้ามกับคนอื่นอยู่เสมอเรียกได้ว่าเป็นคนขวางโลกเลยก็ว่าได้

           เช่นถ้าหากเราพูดว่าขาวปีศาจตนนี้ก็จะทำให้กลายเป็นดำหรือถ้าหากเราพูดว่าไปทางซ้ายปีศาจวันนี้ก็จะให้ไปทางขวาหรือถ้าเราบอกว่าเราให้ไปข้างหน้าปีศาจตอนนี้ก็จะไปข้างหลังดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เราอยากให้เป็นไปตามสากลนี้เข้าสิงเมื่อไหร่มันจะกลับกลายเป็นฝั่งตรงกันข้ามทันทีและปีศาจตัวนี้ก็ชอบความรุนแรงเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเรียกล่าปีศาจตัวนี้สร้างทั้งสิ่งที่ไม่ดีและยังทำให้อารมณ์เสียได้

             อย่างไรก็ตาม คนญี่ปุ่นคนที่มีนิสัยเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันนั้นเพราะว่าเขาถูกปีศาจร้ายเข้าสิงแต่โดยเนื้อแท้ของคนคนนั้นแล้วเขาเป็นคนดีอย่างแน่นอน  หรือถ้าหากเปรียบเทียบกับคนในสมัยปัจจุบันนี้ก็อาจจะเป็นการเปรียบเทียบจากการที่คนเราเปลี่ยนจากคนที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย

กลายเป็นคนเลวได้ส่วนสาเหตุนั้นถ้าในเรื่องของปัจจุบันจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของปีศาจไปเกี่ยวกับเรื่องของสังคมที่ในปัจจุบันนี้สังคมต้องแก่งแย่งชิงดีกันดังนั้นจากคนที่นิสัยดีชอบช่วยเหลือคนอื่นก็อาจจะต้องเปลี่ยนให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งอะกินจีบเพื่อให้อยู่ในสังคมได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

ศิลปะในยุคสมัยต่างๆโดยใช้สีในการแสดงออก

Published / by admin

ในแต่ละยุคสมัยก็มีลักษณะในการทำงานศิลปะที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยกรีกโรมันหรือแม้แต่จะเป็น สมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะเกี่ยวกับทางด้านศาสนาอย่าง

ยุคคริสเตียนที่มีความเจริญเกี่ยวกับพระศาสนาค่อนข้างมากที่ศาสนาต่างๆมีความเชื่อในการพัฒนางานศิลปะให้แสดงออกถึงความเจริญเกี่ยวกับพระเจ้าหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของพระเยซูอย่างไรก็ตาม ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นความต้องการในการแสดงออกความคิดของจิตรกร

หรือแม้แต่จะเป็นการสร้างสรรค์ผลงานหนักก็มีการพัฒนาอยู่เสมอทำงานศิลปะเป็นสิ่งที่ไม่มีความฝืดนี้มีการพัฒนาตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือแม้แต่จะเป็นทางด้านเทคนิคต่างๆ ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันก็สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้นอย่างไรก็ตามยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้คนส่วนใหญ่ก็สามารถเข้าถึงงานศิลปะต่างๆมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นงานประติมากรรม

หรือแม้แต่จะเป็นงานภาพเขียนต่างๆก็ถูกพัฒนาตนอย่างไรก็ตามผู้คนแต่ยุคสมัยก็มีการพัฒนางานอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเพื่อส่งต่อเรื่องราวต่างๆการจดบันทึกทางด้านความคิดหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางด้านสังคม แปลงของผู้คนในแต่ละวันนี้มีส่งผลต่อการเจริญเศรษฐศิลป์ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในระหว่างการทำงานและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการติดต่อ

โดยเฉพาะการส่งต่อเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ ที่ถูกพัฒนาแต่ละยุคสมัย ยกตัวอย่างเช่นยุคกรีกที่ถูกพัฒนางานศิลปะมาจากยุคโรมัน งานศิลปะ มีการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้หน่วยงานต่างๆดังนี้การพัฒนา

และการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะการใช้สีในการทำงาน น่าจะเป็นภาพพิมพ์ภาพวาดหรือแม้แต่จะเป็นภาพวาดระบายสีต่างๆเหล่านี้ก็มีตั้งแต่ยุคสมัยยุคหินที่ผู้คนต่างๆสามารถใช้เลือด หรือแม้แต่เป็นหินต่างๆนำมาผสมน้ำหรือแม้แต่จะเป็นของเหลวต่างๆเพื่อนำมาป้ายบนกำแพงหรือแม้แต่เขียนต่างๆเหล่านี้

ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆในอดีต หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนา การทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการติดต่อสื่อสารคณะสังคมดังกล่าวนี้ก็ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลง การพัฒนางานศิลปะต่างๆเพื่อช่วยผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดหรือแม้แต่จะเป็นลักษณะทางความเชื่อ

ยกตัวอย่างเช่นยุคคริสเตียนเป็นยุคที่มีการใช้ศิลปะในการส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าความตายหรือแม้แต่จะเป็นศึกสงครามต่างที่ต้องถวายตัวให้ศาสนา ในยุคนั้นก็เป็นยุคที่ศิลปะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลามีการใช้สีที่ปลุกเร้าอารมณ์หรือแม้แต่จะเป็นสีที่แสดงถึงความนุ่มหลงเหลือความน่าเลื่อมใส

อย่างไรก็ตามมีจึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทและรูปแบบงานที่มีการทำงานตลอดเวลานั่นคืองานศิลปะแต่ละยุคสมัยมีลักษณะในการใช้สีที่แตกต่างกัน ผู้คนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงานการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานศิลปะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet สมัคร

ลือหึ่ง ..โรงพยาบาลทำสาวท้องแก่ตกเตียง ทำทารกฝาแฝดตาย 1 คน

Published / by admin

       เมื่อวันที่ 8 เดือนกันยายนปีพศ2563 ได้มีส่งเรื่องราวไปหาเจ๊ม้อย เพื่อให้ทำการโพสต์ Facebook  โดยให้เราถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าศิริพรซึ่งขณะนี้กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช

      โดยเจ้าของเรื่องที่ส่งเรื่องราวไปนั้นระบุว่านางสาวศิริพรนั้นมีอาการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกขณะเดียวกันก็กำลังท้องได้ประมาณ 8 เดือนแล้วซึ่งในท้องของเธอนั้นคุณหมอตรวจแล้วพบว่าเป็นเด็กฝาแฝด

        สำหรับนางสาวศิริพรนั้นเป็นคนจังหวัดลพบุรีดังนั้นทางครอบครัวจึงมีการส่งตัวนางสาวศิริพรไปรักษาอาการไข้เลือดออกที่โรงพยาบาลนารายณ์มหาราชแต่หลังจากที่ส่งตัวเข้าไปแล้วคุณหมอของโรงพยาบาลระบุว่าไม่สามารถรักษาได้จำเป็นต้องส่งตัวไปให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยตรงที่โรงพยาบาลศิริราชซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการที่นางสาวศิริพรถูกส่งตัวได้รถพยาบาลไปถึงโรงพยาบาลศิริราชเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชได้เขียนเตียงของนางสาวศิริพรแล้วเกิดทำให้นางสาวศิริพรตกจากเตียง

ผลที่ตามมานั้นก็คือนางสาวศิริพรนั้น ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีอาการสมองบวมและที่สำคัญตับก็ยังได้รับความเสียหายอีกด้วย

 และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือหน้าที่ของโรงพยาบาลศิริราชมีการผ่าคลอดเด็กออกมาปรากฏว่าเด็กฝาแฝดตายไป 1 คนทำให้หญิงสาวจึงต้องส่งเรื่องมาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับนางสาวศิริพรซึ่งตอนนี้ยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลศิริราชอยู่

         สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศิริราชได้ออกมาแถลงการณ์กับข่าวลือเรื่องนี้แล้วโดยทางโรงพยาบาลระบุว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆนั้นระบุว่ามีหญิงสาวท้อง 8 เดือนและป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมารักษาจริงๆทางโรงพยาบาลสงฆ์ตัวหญิงสาวคนดังกล่าวไปที่โรงพยาบาลศิริราชจริงแต่เติมไม่ได้ตกเตียงสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆนั้นก็คือ

เจ้าหน้าที่กำลังกางเปลเพื่อที่จะให้ผู้ป่วยขึ้นไปนอนแต่ปรากฏว่าขาเปลกลางไม่ออกไป 1 ข้าง และเปลข้างที่ต้องวางหัวผู้ป่วยนั้นอกที่พื้นซึ่งในขณะนั้นผู้ป่วยยังไม่ได้นอนบนเปลเลย ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากเหตุการณ์เคสหลุดมือเจ้าหน้าที่พยาบาลในครั้งนี้ 

      สำหรับทารกที่เสียชีวิตนั้นยืนยันว่ามีการเสียชีวิต 1 คนในป่า 8 แต่สาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากการที่สุขภาพร่างกายของแม่ของเด็กไม่แข็งแรงเองเพราะเมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลศิริราชแล้วคุณหมอมีการเปิดพันซึ่งอาการของเด็กเป็นปกติทุกอย่างหลังจากนั้นผ่านไป 6 ชั่วโมงทางด้านโรงพยาบาลจึงได้ทำการนำผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดเพื่อผ่าคลอด

และจึงพบว่าเด็กเสียชีวิตในท้องซึ่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศิริราชมีการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่สาเหตุของการที่เด็กในท้องได้รับความกระทบกระเทือนแต่เป็นที่ตัวแม่เด็กไม่แข็งแรงเอง

งานศิลปะร่วมสมัย

Published / by admin

ศิลปะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นลักษณะในการทำงานโครงสร้างจิตรกรหรือแม้แต่จะเป็นแนวคิดต่างๆและก็มีการพัฒนาปรับปรุง ผู้คนในยุคสมัยความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างการทำงาน

หรือการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานต่างๆนี้ช่วยงานศิลปะต่างๆมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่ตลอด งานร่วมสมัยในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาในส่วนของการเข้าถึงรูปแบบการให้บริการการปรับปรุงต่างๆของอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

หรือ แม้แต่จะเป็นในส่วนของอุปกรณ์สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้งานจังหวัดต่างๆมีการพัฒนาและการปรับปรุงอยู่เสมอว่างานสปาต่างๆเป็นการพึ่งพาในส่วนของการฝึกฝีมือหรือแม้แต่จะเป็นการใช้อุปกรณ์ต่างๆเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆตลอดเวลา

เพราะความแตกต่างๆมีโครงสร้างการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนให้ความสนใจในการพัฒนารูปแบบการปรับปรุงหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ตามที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจในการส่งต่อเรียนรู้หรือแม้แต่จะเป็นการเข้าถึงงานศิลปะต่างๆผู้คน

สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้นยกตัวอย่างเช่นงานศิลปะที่เคยทำร่วมกับในส่วนของศาสนา ยกตัวอย่างเช่นยุคสมัยคริสเตียนซึ่งเป็นยุคสมัยที่งานศิลปะต่างๆมีความเฟื่องฟูค่อนข้างมาก ทำงานร่วมกับศาสนาความเชื่อถือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆจึงทำให้งานเสร็จภายในวันนั้นมีการเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่การศึกษาการเปลี่ยนแปลงหรือ Messenger เป็นโครงสร้างการทำงานต่างๆมีการพัฒนาปรับปรุงตลอดเวลาให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบงานต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของ การทำงานเก่าๆเข้ามาพัฒนารูปแบบการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้งานร่วมสมัยในยุคปัจจุบันมีรูปแบบการทำงานที่ดีมากขึ้น

แม้จะเป็นการเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การดึงสิ่งต่างๆเข้ามาทำงานร่วมกันจึงช่วยงานเซลล์ต่างๆมีการพัฒนาและการปรับปรุงอย่างไรก็ตามมีจุดประสงค์สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานต่างๆเหล่านี้ให้ความสนใจในการเข้าถึงรูปแบบการพัฒนางานการปรับปรุงโครงสร้าง

หรือแม้แต่จะเป็นลักษณะในส่วนของการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามการพัฒนาการปกครองหรือแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทํางานเกี่ยวกับต่างๆช่วยผู้คนมีการเข้าถึงงานที่เพิ่มขึ้นหรือไม่เช่นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆนี้ที่มีการพัฒนาตลอดเวลา งานศิลปะคือการเปลี่ยนแปลงและร่วมสมัยคือการที่นำงานศิลปะมาพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยต่างๆ และเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย   ufabet เว็บหลัก

การพัฒนาการเข้าชมงานศิลปะ

Published / by admin

การเข้าถึงหรือการเข้าชมงานในปัจจุบันมีรูปแบบที่หลากหลายคนข้างมากทุกคนแต่ยุคสมัยก็มีทักษะในการเข้าถึงรูปแบบงานที่ต่างไปหากมองย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้นของงานศิลปะ นั่นก็คือยุคหินพวกคุณก็สามารถเข้าไปชมงานของผู้คนต่างๆที่ทำงานศิลปะ

ในการแกะสลักภาพนูนสูงหรือแม้แต่การเขียนภาพต่างๆในถ้ำ ยุคสมัยก็เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบันก็มีสถานที่มากมายไม่ว่าจะเป็น Museum ในการนำเสนอผลงานต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นการทำสถานที่ศูนย์รวมศิลปะ สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

  เป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คนแล้วแต่กำเนิดมาผู้คนก็มีลักษณะในการพัฒนาตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นในส่วนของข้อมูลต่างๆที่มีความจำเป็นจะต้องมีการส่งต่อหรือไม่ได้เป็นเรื่องราวต่างๆสุนทรียภาพคุณค่าแห่งการทำงานต่างๆก็มีการพัฒนาตลอดเวลาอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าผู้คนในยุคสมัยก็มีลักษณะในการทำงานที่แตกต่างกัน

แนวคิดหรือไม่เห็นคุณค่าในการทำงานด้านต่างๆ ประติมากรรมภาพวาดภาพเขียนอาจารย์เหล่านี้ถูกต้องเปล่าไม่ว่าจะเป็นแนวคิดหรือการพัฒนารูปแบบงานต่างๆให้ผู้คนในแต่ละยุคสมัยพวกคนแต่ยุคสมัยก็มีลักษณะการรับรู้เรื่องราวที่ต่างไปอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางสังคม พัฒนารูปแบบงาน The magical ส่งต่อเรื่องราวต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ในยุคปัจจุบันเราสามารถค้นหาผลงานหรือไม่เช่นการปรับปรุงรูปแบบในการใช้ชีวิตได้อยู่ตลอดเวลาในการศึกษาของผู้คนในยุคนั้นก่อน

ยุคสมัยทำให้พวกคนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการพัฒนาการใช้ชีวิตหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆที่จำเป็นจะต้องสะท้อนเรื่องราวสังคมแนวคิดหรือแม้แต่เป็นจินตนาการต่างๆให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในยุคเริ่มต้นของผู้คนในการพัฒนางานต่างๆ

ยังเริ่มมีการใช้ในการขุดหินกำแพงต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้ดินมาเขียนกำแพง ตอนนี้ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพิ่มทักษะในการทำงานหรือไม่เช่นการปรับปรุงโครงสร้างที่ผู้คนจำเป็นจะต้องมีการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ การพัฒนางานต่างๆเหล่านี้เองส่งผลให้ในยุคปัจจุบันเราสามารถเข้าถึงการต่างๆได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

หน้าต่างเรานี่เองส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสะท้อนแนวคิดความคิดเห็นหรือ Messenger ในยุคปัจจุบันมีการนำเสนอเรื่องราวต่างๆความเชื่อหรือไม่ว่าจะเป็นศาสนาต่างๆก็ถูกใส่ในงานศิลปะดนตรีในยุคปัจจุบันจะมีสถานที่ในการรับชมศิลปะที่แตกต่าง ยกตัวอย่างเช่นงานศิลปะที่เกี่ยวกับศาสนาแล้ว

ก็ไปสามารถรับชมได้ในสถานที่สำคัญเกี่ยวกับศาสนาเช่นวัดโบสถ์หรือว่าจะเป็นสถานที่อื่นอีกมากมาย และในยุคปัจจุบันก็มีอีกมากมายที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการรับชมงานศิลปะหรือว่าการนำเสนอแนวคิดหรือผลงานต่างๆอยู่ตลอดเวลา 

 

สนับสนุนโดย   gclub ฝากขั้นต่ำ 20