คลังเก็บหมวดหมู่: ศิลปะ

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดลำพูน 

Published / by admin

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดลำพูน   เมื่อช่วงประมาณ 1,343 ปีมาแล้วจังหวัดลำพูนนั้นเป็นแค่เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งซึ่งในสมัยอดีตนั้นมีการตั้งชื่อจังหวัดลำพูนว่าเมืองหริภุญชัย

โดยข้อมูลต่างๆเหล่านี้ได้มีการบอกเล่าเรื่องราวเอาไว้ในพงศาวดารโยนกโดยตามตำนานมีการเล่ากันถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดลำพูนว่าผู้ที่ก่อตั้งเมืองหริภุญชัยขึ้นมานั้นไม่ใช่เจ้าเมืองแต่เป็นฤาษีรูปหนึ่งที่มีการย้ายมาอยู่ยังเมืองหริภุญชัย

โดยฤาษีดังกล่าวชื่อว่าฤาษีวาสุเทพซึ่งฤาษีดังกล่าวนั้นได้มีการรวบรวมชนเชื้อชาติมอญและพวกเม็งคบุตรทำการก่อสร้างเมืองขึ้นมาโดยยึดพื้นที่บริเวณใกล้แม่น้ำหลังจากนั้นก็มีการส่งราชทูตไปเชิญพระราชธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้มาทำการปกครองเมืองจุดที่มีการก่อตั้งเมืองหริภุญชัยนั้นจะอยู่แถวบริเวณแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิงและปฐมกษัตริย์ที่มีการปกครองเมืองหริภุญชัยเป็นองค์แรกและนำความเจริญมาสู่เมืองหริภุญชัยคนแรกชื่อว่าพระนางจามเทวีนั่นเอง

หลังจากที่พระนางจามเทวีได้ขึ้นปกครองเมืองแล้วชื่อเสียงของเมืองหริภุญชัยก็โด่งดังไปทั่วเนื่องจากว่ามีความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน

ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเรื่องของการเกษตรการปกครองหรือแม้แต่ศิลปวัฒนธรรมรวมถึงทางทหารต่างๆและพระพุทธศาสนาเองก็เข้ามาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยในสมัยของเมืองหริภุญชัยที่มีพระนางจามเทวีเข้ามาปกครองเมืองนั่นเอง

อย่างไรก็ตามมีกษัตริย์หลายพระองค์มากที่มีการสืบราชวงศ์และดูแลเมืองหริภุญชัยจนมาถึงยุคสมัยหนึ่งที่พ่อขุนเม็งรายมหาราชอยากจะครอบครองเมืองหริภุญชัยและ  gclub   เข้ามาทำศึกสงครามจนสามารถรวบรวมแว่นแค้นขึ้นมาใหม่และก่อตั้งเป็นอาณาจักรล้านนานั่นเอง 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเมืองหริภุญชัยหรือจังหวัดลำพูนในปัจจุบันจะอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนาแต่ผู้ที่เข้ามาดูแลนั้นก็ยังคงให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะวัฒนธรรมดังนั้นจังหวัดลำพูนจึงมีความสำคัญทางด้านศิลปะวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาเป็นอย่างมาก

จะเห็นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่ค้นพบในยุคปัจจุบันนั้นก็บ่งบอกให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยของอาณาจักรล้านนามากเลยทีเดียวจนมาถึงเรื่องช่วงยุคของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่เข้ามาปกครองเมืองลำพูนและเปลี่ยนถ่ายอาณาจักรล้านนาเข้าสู่ยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์

หลังจากนั้นการปกครองก็มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาจนถึงช่วงประมาณปีพ.ศ 2475 จังหวัดลำพูนก็ไม่ได้มีการปกครองจากพระมหากษัตริย์แล้วเพราะมีการปกครองในรูปแบบของจังหวัดแทนและเปลี่ยนผู้ปกครองเมืองจากเจ้าเมืองมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งคนที่ปกครองจังหวัดลำพูนในสมัยอดีตเป็นคนสุดท้ายหรือที่เราเรียกกันว่าเจ้าเมืองคนสุดท้ายนั้นก็คือพลตรีเจ้าจักรคำ  ขจรศักดิ์ นั่นเอง 

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดลำพูนในยุคสมัยหริภุญไชยหรือเริ่มต้นปฐมบทอาณาจักรแห่งล้านนา 

Published / by admin

      ถ้าหากใครได้มีการศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอาณาจักรล้านนาจะรู้ว่าแรกเริ่มเดิมทีของอาณาจักรล้านนานั้นก็คือพื้นที่ส่วนใหญ่ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดในภาคเหนือนั้นอยู่ในเขตของอาณาจักรล้านนา

ซึ่งอาณาจักรเริ่มเดินทีของอาณาจักรล้านนาหรือถือได้ว่ามีฐานะเป็นราชินีของอาณาจักรล้านนานั่นก็คือจังหวัดลำพูนหรือในส่วนร่วมสมัยโบราณนั้นมีชื่อเรียกว่าเป็นยุคของหริภุญไชยนครนั่นเอง 

สำหรับในยุคสมัยนี้ตามประวัติศาสตร์ของความเป็นมาเรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มแรกๆของการตั้งอาณาจักรขึ้นมาและเป็นยุคที่ถือได้ว่ามีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองสูงสุดทั้งในเรื่องของการปกครองด้านการเมืองด้านเศรษฐกิจรวมถึงศาสนา

สำหรับในยุคของเฮริพลชัยแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นยุคแห่งการประดิษฐ์ตัวอักษรมอญโบราณซึ่งมีมากถึง 10 หลักด้วยกันโดยมีการประดิษฐ์ตัวอักษรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-17 ซึ่งตัวอักษรโบราณต่างๆเหล่านี้มีอิทธิพลเป็นอย่างมากมาจนถึงสมัยปัจจุบันนั่นเอง

อย่างไรก็ตามในช่วงยุคสมัยของหริภุญไชยนครนั้นนับได้ว่าเป็นยุคที่สร้างชื่อเสียงอีกยุคหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะกลุ่มชนในชาติตะวันออกเฉียงใต้ไม่ว่าจะเป็นจำปาศรีวิชัยหรือ ผู้การนครวัดหรือแม้แต่ประเทศจีนหรือแม้แต่เมืองละโว้ต่างก็มีการเร่ารือพูดถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหิริภุญชัยนครนั่นเอง 

อย่างไรก็ตามในยุคสมัยของหริภุญไชยนครนั้นก็ได้มีการทำศึกสงครามกับเมืองละโว้ในที่สุดซึ่งในยุคดังกล่าวนั้นเป็นยุคที่รัฐทางตอนใต้นั้นต้องการที่จะขยายอาณาจักรของตัวเอง

อยากจะเผยแผ่สัญญานุภาพของตนเองไปยังหัวเมืองต่างๆจึงทำให้เกิดสงครามระหว่างนครศรีธรรมราชและเมืองละโว้รวมถึงเมืองหิริพูนชัยดังนั้นจะเห็นได้ว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์จะมีการระบุเอาอะไรยากเมืองฟิลิปปินส์นั้นปกครองอย่างสงบร่มเย็นมานานกว่า 3 ทศวรรษก่อนที่จะมีการทำสงครามกันเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เกิดสงครามกันนั้นนอกจากประชาชนจะต้องได้รับผลกระทบกับภาวะสงครามแล้วก็ยังเกิดโรคห่าครั้งใหญ่ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากซึ่งจากเหตุการณ์ล้มตายของผู้คนจำนวนมากจากโรคระบาดนั้นเองที่ทำให้เกิดประเพณีต่างๆมากมายต่อมายกตัวอย่างเช่นประเพณีลอยขมวดในช่วงฤดูน้ำหลากหรือแม้แต่ประเพณีลอยกระทงเป็นต้น 

เนื่องจากสมัยของยุคหริภุญชัยนครนั้นเป็นยุคสมัยของคนขอมและคนมอญอาศัยอยู่ซะเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากำหนดธรรมเนียมประเพณีของไทยบางอย่างนั้นจึงเป็นกำหนดประเพณีธรรมเนียมที่คล้ายของชาวมอญและชาวขอมนั่นเอง 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

รวมประเพณีที่จะมีการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาทั่วไทย 

Published / by admin

           สำหรับในบทความนี้เราจะมีการรวบรวมประเพณีของแต่ละจังหวัดที่จะมีการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปเที่ยวในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาได้มีโอกาสเลือกว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปร่วมกิจกรรมกับประเพณีของจังหวัดไหนบ้างและจังหวัดที่มีการจัดกิจกรรมในช่วงวันออกพรรษานั้นมีการจัดประเพณีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง 

รวมประเพณีที่จะมีการจัดขึ้น จังหวัดลําพูนมีการจัดกิจกรรมประเพณีสลากย้อม  ซึ่งจะมีการจัดงาน 7 วัน 7 คืน

โดยจะมีการประกวดการเดินแห่ขบวนและมีการนำอาหารท้องถิ่น มาจำหน่ายให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่น่าสนใจที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางมาร่วมกิจกรรมและ ชมความงดงามของประเพณีนี้กัน 

   จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเพณีออกหว่า  สำหรับประเพณีนี้จะเป็นประเพณีที่เน้นเกี่ยวกับเรื่องของการทำบุญและมีการจัดนิทรรศการต่างๆซึ่งจะมีการนำทำขนมธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาแสดงให้กับประชาชนที่มาร่วมงานได้ชมกันโดยส่วนใหญ่และประเพณีจะจัดขึ้นเป็นระยะเวลาประมาณ 3 วันซึ่งการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่นั้นจะจัดขึ้นในช่วงเวลาตอนกลางวัน 

       จังหวัดหนองคาย ประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาค  เสื้อผ้าสำหรับประเพณีนี้ทุกคนต้องเคยมีโอกาสได้ยินและอาจจะเคยไปร่วมประเพณีกันมาบ้างแล้วซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการจัดกิจกรรมการ 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียวและมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชมที่สำคัญนักท่องเที่ยวยังสามารถไปเยี่ยมชมความสวยงามและความน่าอัศจรรย์ใจของบั้งไฟพญานาคที่จะเกิดขึ้นริมแม่น้ำโขงในวันออกพรรษาช่วงเวลาเที่ยงคืนได้อีกด้วย 

       จังหวัด นครพนมประเพณีงานไหลเรือไฟ   สำหรับที่จังหวัดแห่งนี้จะมีการจัดประเพณีนี้ทุกปีซึ่งจะมีการจัดงาน 10 วัน 10 คืนกันเลยทีเดียว

เป็นประเพณีที่มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่มีทั้งการไหลเรือไฟและงานกาชาดซึ่งการจัดกิจกรรมนั้นจะมีทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนอกจากนี้ยังมีการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนที่ไปร่วมงานอีกด้วย 

      จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานประเพณีชักพระ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีการจัดยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากและมีการจัดงานกว่า 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียวมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายทั้งการสอบถามการทอดผ้าป่ารวมถึงการแข่งเรือยาวซึ่งนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับการเดินทางมาเยี่ยมชมและเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีของที่นี่อย่างแน่นอน 

        จังหวัดสงขลาประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว  เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนั้นหันมาทำบุญไหว้พระตักบาตรเป็นการจัดงานสมโภชที่จะมีการจัดขึ้นที่บริเวณเชิงบันไดเขาตังกวนซึ่งภายในงานนั้นจะมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายทั้งการทำบุญการจัดพิธีสมโภชห่มผ้าองค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวนนอกจากนี้ยังมีการตักบาตรเทโวและมีการแข่งขันประกวดเรือแห่อีกด้วย 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ประวัติพระแก้วมรกต

Published / by admin

       พระแก้วมรกตถือว่าเป็นพระเก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยมาหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งถือได้ว่าพระแก้วมรกตนั้นเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทยเลยก็ว่าได้โดยชื่อเต็มๆของพระแก้วมรกตก็คือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรซึ่งพระแก้วมรกตนั้นจะถูกนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระแก้วซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯหรือที่เรารู้จักกันดีในนามของวัดพระศรีรัตนศาสดารามนั้นเอง

    ประวัติพระแก้วมรกต ลักษณะของพระแก้วมรกตนั้นจะเป็นพระพุทธรูปที่มีการสร้างเอาไว้อย่างสวยงามโดยมีการสลักมาจากหินอ่อนสีเขียวทำให้เรามองเห็นเป็นสีเขียวมรกตสดใส

และที่สำคัญลักษณะของการออกแบบพระแก้วมรกตนั้นมีการออกแบบโดยสมัยศิลปะก่อนเชียงแสนจนถึงศิลปะเชียงแสนนั่นเองซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามและมีความแตกต่างจากพุทธรูปรูปอื่นๆเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

       สำหรับประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตนั้นมีการสันนิษฐานกันว่าพระแก้วมรกตนั้นแต่เดิมไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯแต่อยู่ที่จังหวัดเชียงรายเบอร์ว่ากันว่าประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ของวัดป่ายะหรือปัจจุบันนั้นชอบจังหวัดเชียงรายรู้จักกันดีในนามของวัดพระแก้วประจำจังหวัดเชียงรายนั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่ประดิษฐานอยู่ที่เจดีย์วัดป่ายะได้ไม่นานก็ได้ถูกอัญเชิญจากพระเจ้าสามฝั่งแกนให้มาประดิษฐานที่จังหวัดเชียงใหม่แต่ระหว่างที่มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตมาจังหวัดเชียงใหม่นั้น 

      ปรากฏว่าช้าง  ซึ่งเป็นช้างที่ถูกคัดเลือกให้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตมาที่จังหวัดเชียงใหม่

นั้นไม่ได้เดินทางมาที่จังหวัดเชียงใหม่แต่กลับหันหน้าเดินทางไปจังหวัดลำปางแทนแต่เนื่องจากว่าพระเจ้าสามฝั่งแกนเห็นว่าจังหวัดลำปางกับจังหวัดเชียงใหม่นั้นก็อยู่ในอาณาเขตพื้นที่ของอาณาจักรล้านนาเหมือนกันดังนั้นจึงไม่ได้มีการสั่งให้พามาที่จังหวัดเชียงใหม่แต่มีการให้อัญเชิญพระแก้วไปไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้าจังหวัดลำปางแทน

          อย่างไรก็ตามเมื่อถึงยุคสมัยของพระเจ้าติโลกราชขึ้นครองราชย์ในเมืองเชียงใหม่ปรากฏว่าพระองค์นั้นก็ได้มีการทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตจากวัดพระแก้วดอนเต้ากลับมาที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนั้นเมืองเชียงใหม่ก็มีการเปลี่ยนการปกครองมาเป็นสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาซึ่งพระองค์นั้นได้มีการอัญเชิญพระแก้วให้เสด็จกลับไปที่หลวงพระบางโดยการเดินทางอัญเชิญพระแก้วมรกตในครั้งนี้นั้นได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปด้วยแล้วทางพระพุทธสิหิงค์รวมถึงพระแก้วมรกตก็ประดิษฐานอยู่ที่หลวงพระบางด้วย

         หลังจากนั้นไม่นานเมืองเชียงใหม่ก็ได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับคืนมาและหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนหลวงพระบางจากเมืองหลวงมาเป็นเวรกรรมจึงได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ที่เมืองกาญอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ภายหลังจะมีการอัญเชิญจากเวียงจันทร์มาไว้ที่วัดอรุณราชวรารามและสุดท้ายก็มาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง 

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    สล็อต ufabet เว็บตรง

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทำบุญในช่วง เทศกาลกินเจ 

Published / by admin

           ในทุกๆปีประเทศไทยจะมีการจัดเทศกาลกินเจเกิดขึ้น  ซึ่งในเทศกาลกินเจนิก็จะมีการทำบุญด้วยการงดเนื้อสัตว์  โดยปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นคนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนหรือแม้แต่คนไทยก็ร่วมทำบุญในช่วงเทศกาลกินเจกันเป็นจำนวนมาก

เทศกาลกินเจ ซึ่งถือว่าช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงของการรักษาศีลทำตัวให้สะอาดและบริสุทธิ์และโดยปกติแล้วเทศกาลกินเจจะมีการจัดขึ้นเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานถึง 9 วันเลยทีเดียว

         ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สามารถทำบุญได้ในช่วงเทศกาลกินเจนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีการจัดงานเกี่ยวกับเทศกาลกินเจมีอาหารเจเยอะแยะมากมายขายสำหรับคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ซึ่งเหมาะมากกับการเดินทางไปในช่วงเวลาที่มีการจัดเทศกาลกินเจขึ้นเพื่อที่เรานั้นจะได้หาอาหารกินได้อย่างไม่ยากลำบากสำหรับคนที่ต้องกินอาหารเจนั่นเอง 

       สำหรับการจัดงานเทศกาลกินเจนั้นไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะภายในกรุงเทพฯเท่านั้นที่มีการจัดงานแม้แต่ตามต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นจังหวัดในเขตภาคใต้หรือจังหวัดในเขตภาคเหนือรวมถึงจังหวัดในเขตภาคอีสานและภาคกลางจะมีการจัดสถานที่สำหรับการจัดงานเทศกาลกินเจกันเนื่องจากว่าผู้คนทั่วทั้งประเทศไทยนั้นหันมานิยมกินเจกันมากขึ้นนั่นเอง

     สำหรับสถานที่ที่เราจะยกตัวอย่างให้ไปเที่ยวงานในเทศกาลกินเจก็คือสมาคม 6 ส้ม 6 ทิ้งซึ่งสมาคมนี้จะเป็นสมาคมที่เปิดขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้คนนั้น  gclub ทางเข้า ล่าสุด    เกิดความรักความสามัคคีกันด้วยสมาคมนี้จะอยู่ในกรุงเทพฯซึ่งจะมีการจัดงานทำพิธีอัญเชิญเจ้ามาประทับที่โรงเจ

นอกจากนี้ก็ยังมีการกระทำพิธีลอยกระทงรวมถึงทำพิธีงานซิโก้และไหว้บรรพบุรุษและงานแจกทานทิ้งกระจาดอีกด้วยอย่างไรก็ตามการไปร่วมงานนั้นถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่คนในพื้นที่แต่ก็สามารถไปร่วมงานได้ซึ่งทางสมาคมนั้นก็จะมีการทำพิธีส่งเจ้าสู่สวรรค์ด้วย   นอกจากนี้ภายในงานนั้นยังมีของกินเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว 

          อย่างไรก็ตามสถานที่ที่เราขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือสถานที่ที่จัดใจกลางกรุงเทพฯอย่างเยาวราชเพราะในทุกๆปีนั้นที่เยาวราชจะมีการจัดประเพณีเทศกาลกินเจกันโดยสถานที่ในการจัดงานนั้นจะอยู่ตรงถนนเยาวราชเขตสัมพันธวงศ์ซึ่งจะจัดตรงบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระบรมสา

โดยภายในงานนั้นจะมีร้านค้ามากกว่า 100 ล้านมาตั้งบูธเพื่อจำหน่ายอาหารเจนอกจากนี้ภายในงานยังมีพิธีกรรมและพิธีการต่างๆเยอะแยะมากมายให้เราไปร่วมกิจกรรมกันซึ่งบริเวณเยาวราชนั้นมีศาลเจ้าและวัดจีนเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดดังนั้นนอกจากนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปทานอาหารเจรสชาติอร่อยแล้วก็ยังสามารถไปทำบุญไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมบารมีให้กับตนเองและคนในครอบครัวได้ 

ประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระ จังหวัดสมุทรสาคร 

Published / by admin

  ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สำหรับที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อถึงช่วงเทศกาลวันออกพรรษาก็มีการจัดประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ประจำจังหวัดเช่นเดียวกันซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

โดยประเพณีนี้จะมีการเชิญบรรดาชาวบ้านประจำจังหวัดมาร่วมประเพณีเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีประเพณีที่เกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนาซึ่งมีการทำมากันตั้งแต่ในสมัยโบราณ เรียกได้ว่าเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวไทยรามัญเลยก็ว่าได้ซึ่งประเพณีนี้จะเป็นการบูชาพระสงฆ์โดยจะมีการจัดขึ้นในวันออกพรรษาโดยเชื่อว่าการทำประเพณีนี้ในวันออกพรรษานั้นจะทำให้ได้บุญเยอะซึ่งประเพณีดังกล่าวก็คือประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระนั่นเอง 

         สำหรับการจัดประเพณีตักบาตรดอกไม้ได้ล้างเท้าพระนั้นนักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปร่วมกิจกรรมประเพณีนี้อาจจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับวันและเวลาของการจัดประเพณีของจังหวัดสมุทรสาครเนื่องจากว่าอาจจะไม่จัดตรงกันในทุกๆปีดังนั้นสามารถเข้าไปเช็คเว็บไซต์ของจังหวัดสมุทรสาครหรือ Facebook การท่องเที่ยวประจำจังหวัดเพื่อทำการเช็คข้อมูลก่อนว่าประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระนั้นในแต่ละปีจะมีการจัดขึ้นในวันที่เท่าไหร่เพื่อที่จะได้ไม่พลาดในการเดินทางไปร่วมงาน

        อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่สนใจจะไปร่วมกิจกรรมนั้นสามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้ที่วัดเจ็ดริ้วซึ่งวัดแห่งนี้นั้นจะอยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลเจ็ดริ้วและอำเภอบ้านแพ้ว

โดยวิธีการของการเข้าร่วมประเพณีนี้ก็คือชาวบ้านจะพากันนำน้ำสะอาดนำมาใส่น้ำปรุงเครื่องหอมต่างๆและนำดอกไม้มาโรยซึ่งดอกไม้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นดอกมะลิและดอกกุหลาบหลังจากนั้นก็นำมาลดบนเท้าของพระสงฆ์ซึ่งอยู่ภายในวัดเจ็ดริ้วนอกจากจะมีการล้างเท้าให้พระแล้วก็ยังมีการนำดอกไม้มาถวายให้พระสงฆ์และทำบุญตักบาตรที่วัดเจ็ดริ้วอีกด้วย

           อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระนั้นจะมีการทำขึ้นที่วัดและไม่ได้มีกิจกรรมการออกบูธหรือการนำอาหารมาขายจะมีกิจกรรมเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของการทำบุญในวันดังกล่าวเพียงเท่านั้นแต่ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนที่สนใจไปร่วมกิจกรรมประเพณีนี้เมื่อทำกิจกรรมนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนักท่องเที่ยวก็สามารถไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆภายในจังหวัดสมุทรสาครได้เนื่องจากว่าจังหวัดสมุทรสาครนั้นเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด

        ทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมีของกินของใช้เยอะแยะมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปปิ้งดังนั้นหากใครที่มีเวลาว่างแนะนำว่าลองไปร่วมงานประเพณีตักบาตรดอกไม้และล้างเท้าพระที่จังหวัด

 

ได้รับการสนับสนุนจาก    gclub

แนะนำ เที่ยวประเพณีการไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม

Published / by admin

          ในทุกๆปีจังหวัดนครพนมจะมีการจัดประเพณีอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งจะต้องอยู่กับช่วงเทศกาลวันออกพรรษาโดยจะมีการจัดบริเวณริมแม่น้ำโขงซึ่งจุดที่มีการจัดงานนั้นจะจัดบริเวณศาลากลางประจำจังหวัด   โดยประเพณีนี้นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากจะพากันเดินทางเพื่อไปร่วมงานซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมมหกรรมไหลเรือไฟซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่และล้ำค่าประจำจังหวัดเลย

เที่ยวประเพณีการไหลเรือไฟ ก็ว่าได้และเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างประเทศให้ไปชมความงดงามของประเพณีและวัฒนธรรมของชาวจังหวัดนครพนมกัน 

         สำหรับความยิ่งใหญ่อลังการน่าตื่นตาตื่นใจของประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนมนั้นมีเกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งแม่น้ำโขงยามค่ำคืนจะมีความสวยงามเนื่องจากว่าจะสว่างไสวจากไฟที่มีการประดับประดาบนเรือซึ่งมีการสร้างเรือให้ลอยไปตามแม่น้ำตามความเชื่อของคนในสมัยโบราณที่เชื่อกันว่าเป็นการบูชาพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในแม่น้ำโขง

ซึ่งชาวบ้านจะมีการนำเรือมาล่องกลางแม่น้ำโขงและนำตะเกียงนักเหมือนดวงและดวงไฟนับพันดวงมาประดับประดาเป็นรูปทรงต่างๆทำให้เกิดความสวยงามซึ่งเกิดจากความศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดนครพนมและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมชมความงดงาม 

         อย่างไรก็ตามผู้คนให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเพณีการไหลเรือไฟเป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่ายิ่งมีการประดับประดาเรือไฟให้มีความสวยงามสว่างช่วยมากแค่ไหนก็จะยิ่งทำให้ประสบความสําเร็จในชีวิตและชีวิตแต่มีแต่ความรุ่งโรจน์สว่างไสวมากขึ้นเท่านั้นดังนั้นประเพณีการไหลเรือไฟจึงถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนมเลยก็ว่าได้

         นอกจากนี้ประเพณีการไหลเรือไฟยังเป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาเพราะว่าประเพณีการไหลเรือไฟนั้น

เป็นประเพณีที่มีความงดงามและยังมีกิจกรรมอื่นๆให้นักท่องเที่ยวทำอีกเยอะแยะมากมายซึ่งในแต่ละปีนั้นก็จะมีคนสร้างเรือไฟที่มีแนวความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันในแต่ละปีมาประชันขันแข่งกันว่าของใครนั้นจะมีความงดงามมากกว่ากัน 

        อย่างไรก็ตามการจัดประเพณีการไหลเรือไฟนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายทั้งการออกบูธการแสดงต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงศิลปะวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมดังนั้นหากใครมีเวลาว่างก็สามารถเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดนครพนมในช่วงเวลาดังกล่าวได้ ซึ่งโดยปกติแล้วทางจังหวัดนครพนมจะมีการจัดประเพณีการไหลเรือไฟประมาณ 7 วันโดยมีกิจกรรมทั้งกลางวันและช่วงเวลากลางคืนเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเนื้อหาจาก    ufabet

อาณาจักรสุโขทัยและอาณาล้านนา

Published / by admin

อาณาจักรสุโขทัยและอาณาล้านนา อาณาจักรสุโขทัยที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ก่อตั้งขึ้นในกลางศตวรรษที่ 13 เมื่อผู้ปกครองท้องถิ่นชาวไทนำการก่อจลาจลต่อต้านการปกครองของเขมรที่ด่านหน้าของอาณาจักรขอม

ภายใต้ผู้ปกครองสองคนแรก สุโขทัยยังคงเป็นเพียงอำนาจท้องถิ่นเล็กๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครององค์ที่สามคือพ่อขุนรามคำแหง (ครองราชย์ราว พ.ศ. 1279–98) ได้ขยายอำนาจสุโขทัยลงใต้ไกลถึงนครศรีธรรมราช ไปทางตะวันตกจนถึงพม่าในปัจจุบัน และไปทางตะวันออกเฉียงเหนือไกลถึงหลวงพระบางในลาวปัจจุบัน 

ดินแดนเหล่านี้ไม่ได้ถูกพิชิตด้วยกำลังทั้งหมด หลายคนกลายเป็นข้าราชบริพารหรือรัฐเมืองขึ้นของสุโขทัยโดยอิงจากความสัมพันธ์ทางเครือญาติหรือความภักดีส่วนบุคคล และพวกเขาเชื่อมโยงกับสุโขทัยในลักษณะสมาพันธ์ที่หลวม

รามคำแหงมีชื่อเสียงไม่เพียงแต่ในด้านการขยายอาณาเขตภายใต้การควบคุมของสุโขทัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทิ้งศิลาจารึกที่น่าทึ่ง ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่ามีตัวอย่างแรกสุดของการเขียนในภาษาไท เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 1835 และใช้อักษรขอมที่ดัดแปลงให้เข้ากับเสียงและน้ำเสียงของคำพูดของชาวไท

เป็นภาพอาณาจักรสุโขทัยที่เจริญรุ่งเรือง มีบทบาทในการค้า ตามคำจารึก รัฐเก็บภาษีพลเมืองของตนอย่างสุภาพ ปฏิบัติต่อทุกคน (รวมถึงผู้ที่ไม่ใช่ไท) อย่างเท่าเทียมกัน และให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน

สมัยสุโขทัยตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีชื่อเสียงในด้านประติมากรรมและเครื่องปั้นดินเผา ประติมากรรมสำริดที่สง่างามของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แสดงพระองค์ในท่าเดินถือเป็นเรื่องปกติในยุคนั้น เครื่องศิลาดลที่ทำที่สุโขทัยและสวรรคโลกใกล้เคียงถูกส่งออกไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สุโขทัยไม่ใช่รัฐไทแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลานี้ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 13 ณ ภาคเหนือของประเทศไทยในปัจจุบัน มังรายผู้ปกครองชาวไท (ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 1259–1317; จากปี ค.ศ. 1292 ถึงปี ค.ศ. 1317 ในเชียงใหม่)

ได้พิชิตอาณาจักรมอญโบราณแห่งหริปุญจาและสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เชียงใหม่ . ภายใต้การปกครองของมังรายและผู้สืบทอดของเขา ล้านนา ซึ่งมีเชียงใหม่เป็นเมืองหลวงไม่เพียงมีอำนาจแต่ยังเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทแก่ชาวไทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า จีนตอนใต้ และลาวตอนเหนือในปัจจุบัน ภายใต้พระเจ้าติโลกราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2084–2530)

ล้านนามีชื่อเสียงในด้านวิชาการทางพุทธศาสนาและวรรณคดี ในช่วงศตวรรษที่ 16 ล้านนาถูกยึดครองโดยพม่าและรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรพม่า ซึ่งจะคงอยู่จนถึงปลายศตวรรษที่ 18 สมัยอยุธยา พ.ศ. 2394–2310

อาณาจักรอยุธยา ในขณะที่สุโขทัยเป็นอาณาจักรเอกราชเพียงประมาณ 200 ปี อยุธยาที่สืบทอดต่อมา ซึ่งตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอันอุดมสมบูรณ์ ห่างจากกรุงเทพฯ ในปัจจุบันไปทางเหนือประมาณ 90 กม. มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี ในสมัยอยุธยา ไทรวมสถานะเป็นอำนาจนำในภาคกลางและภาคเหนือตอนกลางของประเทศไทยในปัจจุบัน ตลอดจนพื้นที่ส่วนใหญ่ในคาบสมุทรภาคใต้ เนื่องจากเพื่อนบ้านของอยุธยาหลายคนเรียกประเทศนี้ว่า “สยาม” หรือชื่อที่คล้ายกัน ผู้ไทในอยุธยาจึงถูกเรียกว่าสยาม

 

สนับสนุนโดย  สล็อต ufabet แตกง่าย

หนุ่มสาวชาวเกาหลีผลักดันวัฒนธรรมแห่งความอดทน

Published / by admin

 

วัฒนธรรมแห่งความอดทน โครงการที่เป็นนวัตกรรมช่วยให้คนรุ่นมิลเลนเนียลชาวเกาหลีสามารถหลีกหนีจากบรรทัดฐานทางสังคมและที่ทำงานที่ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

แต่สำหรับคนรวยเท่านั้นหรือ Kim Ri-Oh ทำงานเป็นช่างภาพข่าวที่นิตยสารในกรุงโซล เมื่อความเครียดทางจิตใจจากการเป็นพนักงานรุ่นเยาว์ทำให้เธอถึงจุดแตกหัก การทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์และกะการทำงานล่วงเวลาที่ไม่สิ้นสุดหลังเวลา 23.00 น. เป็นเรื่องปกติ เมื่อครบรอบสองปีที่บริษัท คิมพบว่าเธอได้รับค่าจ้างน้อยกว่าเพื่อนร่วมงานชายที่เพิ่งเริ่มทำงานในบริษัทมาก

ฉันเริ่มมองไม่เห็นสิ่งที่เคยทำให้ฉันมีความสุข ความตายอยู่ในใจของฉันบ่อยครั้ง ฉันได้ทำทุกอย่างที่ขอจากฉัน เรียนจบมัธยมปลาย มหาลัย และได้งานที่มั่นคงที่ครอบครัวอนุมัติ แต่มันมีความหมายอะไรสำหรับฉัน? มันเป็นชีวิตของฉัน แต่ฉันหาตัวเองไม่เจอ” และเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีซึ่งหลายคนประสบความท้อแท้คล้ายๆ กัน กำลังต่อต้านแนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับความสำเร็จในอาชีพการงานและความรับผิดชอบต่อสังคม และมีโครงการและธุรกิจจำนวนมากเกิดขึ้นเพื่อรองรับสิ่งนี้

อาจจะเรียกว่าเป็นปัญหาประชากรของเกาหลีใต้ ชั้นเรียนสามารถช่วยคนโสดที่กลัวการแต่งงานในโซลได้หรือไม่

คนชราที่ วางตัวของเกาหลี คิม วัย 26 ปี กำลังทำงานในโครงการที่เรียกว่า Don’t Worry Village Don’t Worry Village ตั้งอยู่ในเมืองท่า Mokpo ซึ่งมีจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็วทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลี ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยได้รับความช่วยเหลือจากเงินทุนของรัฐบาลในการพัฒนาอาคารที่ไม่ได้ใช้งานใหม่ และปัจจุบันดำเนินการโดยกลุ่มอายุ 20 และ 30 ปี เก่า สโลแกนของมันคือ: “ไม่เป็นไรที่จะพักผ่อน ไม่เป็นไรที่จะล้มเหลว”

หมู่บ้านนี้ประกอบด้วยยูนิตที่เคยว่างเปล่าซึ่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ของมกโพ โดยปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่ครีเอทีฟรุ่นเยาว์เปิดร้านอาหารและคาเฟ่ จัดแสดงผลงานศิลปะและผลิตสารคดี ในระหว่างการพักผ่อนเป็นเวลา 6 สัปดาห์ หนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ที่เหน็ดเหนื่อยจากความพยายามในการหางาน มารวมตัวกันเพื่อยอมรับความล้มเหลวก่อนหน้านี้และทดลองสร้างโครงการของตนเอง บางคนรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสครั้งที่สองในชีวิต วาระการประชุมถูกชี้นำโดยเป้าหมายส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย แต่มีโครงสร้างหลวมๆ โดยรอบ: การฟื้นฟูความรู้สึกที่หายไปจากชุมชน การรับประทานอาหารร่วมกัน และเวลาพักผ่อน

มันคือชีวิตของฉัน แต่ฉันหาตัวเองไม่เจอ Kim Ri Oh Park Myung Ho วัย 33 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการกับ Hong Dong-Woo วัย 34 ปี กล่าวว่าหมู่บ้านนี้ปรารถนาที่จะรวบรวมสิ่งที่เรียกว่า “โซวาแกง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Murakami ที่รวบรวมความสุขเล็กๆแทนที่จะหมกมุ่นกับเหตุการณ์สำคัญๆ คนเกาหลีรุ่นใหม่กลับมองหาโซวาแกง” พัคกล่าว “ไม่ว่าจะดื่มด่ำกับชีสเค้กสักชิ้นที่ร้านเบเกอรี่แถวบ้าน เขียนเพลงหรือหนังสือสักเล่ม สิ่งที่เล็ก แต่เป็นของคุณทั้งหมด”

เกาหลีใต้ประสบกับความขัดแย้งทางประชากรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับอัตราการเจริญพันธุ์ที่ต่ำที่สุดในโลกและอัตราการแต่งงานที่ลดลง ภายใต้ความเย้ายวนใจของอุตสาหกรรมเคป๊อปและเคบิวตี้ของประเทศ ซึ่งได้บ่มเพาะแฟน ๆ ที่กระตือรือร้นหลายล้านคนทั่วโลก ความจริงที่เยือกเย็นกว่านั้น คือ อัตราการว่างงานของเยาวชนที่พุ่งสูงขึ้นและชั่วโมงการทำงานที่เรียกร้องมากที่สุดในบรรดาประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บตรง

เป็นไปได้ที่จะมีชีวิตทางสังคมที่ไม่ได้ถูกกำหนด

Published / by admin

ชีวิตทางสังคมที่ไม่ได้ถูกกำหนด “เกาหลีขาดวัฒนธรรมในการพูดคุยกันเพราะกลัวว่าจะถูกล่วงล้ำ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า” โกกล่าว “เมื่อฉันเปิดร้านซาลอนครั้งแรก คำถามที่ฉันได้รับจากลูกค้าบ่อยที่สุดคือ

‘ฉันจะพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างไร’” หัวข้อสนทนาใหม่ๆ จะถูกนำเสนอทุกสามเดือนและมีการพูดคุยกันในสถานที่ที่ใกล้ชิด เช่น การสัมมนาแบบโสคราตีส ค่ำคืนแห่งการอ่าน Go อธิบายว่าเป็นแพลตฟอร์มความคิดทางสังคมที่สมาชิกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ที่ชวิฮยังวาน ผู้คนไม่ได้รับการสนับสนุน และจริง ๆ แล้วไม่ควรระบุอายุของพวกเขาในแบบฟอร์มการลงทะเบียน

ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ผิดปกติเนื่องจากกระบวนการสมัครงานของชาวเกาหลีที่สอดรู้สอดเห็นอย่างไร้ยางอายเป็นอย่างไร ในระหว่างการประชุมร้านเสริมสวย สมาชิกจะอ้างถึงกันและกันโดยใช้ชื่อเล่นที่เป็นมิตรและไม่เปิดเผยชื่อจริงหรืออาชีพของพวกเขา Go กล่าวว่าผู้เข้าร่วมมีตั้งแต่นักศึกษาที่อยากรู้อยากเห็นไปจนถึงผู้ที่มีอายุ 50 ปี

โดยปกติแล้ว สังคมเกาหลีจะกำหนดล่วงหน้าว่าคุณควรปฏิบัติตัวอย่างไรและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นตามป้ายกำกับเหล่านี้” Go กล่าว “แทนที่จะเป็นป้ายกำกับ การแนะนำกันและกันคือวิธีคิดของเรา คุณไม่ค่อยเจอคนแบบนี้ในเกาหลี”

พูดถึงเรื่องเงิน พื้นที่เช่นนี้กำลังพยายามทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ ซึ่งพลวัตของกลุ่มส่วนใหญ่ยึดถือตามสคริปต์ที่เข้มงวดซึ่งกำหนดว่าเมื่อใดที่คนเกาหลีรุ่นใหม่ต้องบรรลุเป้าหมายชีวิตบางอย่าง ในปีที่ผ่านมา จำนวนสถานประกอบการประเภทนี้เพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้

ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่เหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับหนุ่มสาวชาวเกาหลีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มาจากครัวเรือนที่มีเศรษฐกิจสังคมต่ำ และอาจเป็นไปได้ว่าอาจต้องการพื้นที่นี้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนประมาณ 82% ของเยาวชนเกาหลีใต้ที่ใช้โซเชียลมีเดีย คนรุ่นมิลเลนเนียลชาวเกาหลีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยเริ่มเข้ามาแทนที่ปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริงด้วยสื่อดิจิทัลเมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาตระหนักว่าไม่ต้องเสียเงินหรือพลังงานไปกับการเข้าสังคม” ฮากล่าว “แต่ความพึงพอใจที่พวก

เขาได้รับจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้รายอื่นทางออนไลน์นั้นมีขีดจำกัด… หลายคนจบลงด้วยความรู้สึกซึมเศร้าที่เพิ่มมากขึ้นหลังจากถูกแยกทางร่างกายเป็นระยะเวลานาน”

การเข้าสังคมมักผูกติดอยู่กับเงินและเป็นภาระมากกว่าความสุข ความเหงาเกิดจากความปรารถนาที่จะพบและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เขากล่าว บุคคลที่มีกำลังเงินและพลังงานที่จะแสวงหาพื้นที่อย่างร้านเสริมสวยและ Don’t Worry Village สามารถต่อสู้กับความเหงานั้นได้ ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่ไม่มีวิธีการทำเช่นนั้นและอาจตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยวทางสังคม

ความทุกข์ในความเงียบ คนรุ่นมิลเลนเนียลชาวเกาหลีกำลังพลิกโฉมหน้าโต๊ะและเปลี่ยนแปลงพลังขับเคลื่อนของสถานที่ทำงานและการตั้งค่าทางสังคม และในขณะที่สังคมต้องยอมรับว่าความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับภูมิภาคและลึกล้ำในประเทศ ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีสนับสนุนตนเองอย่างไร

ในกรณีของคิมรีโอ การเปิดรับช่องว่างระหว่างเพศในที่ทำงานเป็นตัวเร่งให้เธอมองเห็นภาพรวมมากขึ้น “เป็นความจริงที่ถูกมองข้ามว่าผู้ชายในสื่อสิ่งพิมพ์มีรายได้เฉลี่ย 200,000 วอน ($ 173 หรือ 130 ปอนด์) ต่อเดือนมากกว่าเพื่อนร่วมงานหญิง” เธอกล่าว “แต่ไม่มีใครพูดอะไร และดูเหมือนว่าฉันจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย ฉันก็เลยจากไป ฉันรู้ว่าฉันไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้อีกต่อไป” รัฐบาลของเกาหลีใต้ได้สังเกตเห็นความเป็นจริงที่น่ากลัวนี้ ในปี 2018 สภาแห่งชาติผ่านกฎหมายที่จะลดชั่วโมงการทำงานสูงสุดต่อสัปดาห์ลงอย่างมากจาก 68 ชั่วโมงเหลือ 52 ชั่วโมง

โดยหวังว่าจะปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพ แต่การเปลี่ยนแปลงก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเอง อัตราการลาออกหลังจากทำงานเป็นเวลาหนึ่งปีในบริษัทแห่งหนึ่งถึงจุดสูงสุดที่ 28% ในปี 2018 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายแนวคิดดั้งเดิมของเกาหลีเกี่ยวกับ “สถานที่ทำงานตลอดชีพ” ไม่ว่าในกรณีใด คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีเข้าใจว่าความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จอีกต่อไป แทนที่จะทนอยู่เฉย ๆ พวกเขากลายเป็นผู้เขียนเรื่องราวของตนเอง

 

สนับสนุนโดย  ufabet